Page 194 - Cost-Benefit Analysis of agricultural waste management methods
P. 194
9.2.1 ข4าว
จากการวิเคราะห1ขDอมูลพื้นที่ปลูกขDาวของประเทศไทย พบวIา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีพื้นที่
ปลูกขDาวมากที่สุด รองลงมา ไดDแกI ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใตD ตามลำดับ แตI
ภาคเหนือมีพื้นที่เผาไหมDในนาขDาวมากที่สุด รองลงมาไดDแกI ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และ
ภาคตะวันออก ขณะที่ภาคใตDไมIมีพื้นที่เผาไหมDในนาขDาว ทั้งนี้เกิดจากภาคเหนือ และภาคกลาง มีพื้นที่
ปลูกขDาวนาปรังปริมาณมาก เกษตรกรปลูกขDาวปTละหลายรอบ ซี่งสอดคลDองกับวิลาวรรณ และ วาสิฐี
(2564) ที่ไดDรายงานวIา การเผาในพื้นที่เกษตรเป\นสIวนใหญIเป\นการเผาในพื้นที่ที่ปลูกขDาวนาปรัง โดยคิด
เป\นรDอยละ 57 ของการเผาในพื้นที่เกษตรทั้งหมด
นอกจากนี้เมื่อวิเคราะห1ลำดับจังหวัดที่มีพื้นที่เผาไหมDในนาขDาวมากที่สุด 20 ลำดับแรกของ
ประเทศไทย พบวIา เป\นจังหวัดในภาคเหนือตอนลIางและภาคกลาง ที่มีระบบชลประทานทำใหDสามารถ
ปลูกขDาวไดDหลายรอบตIอปT ซึ่งจากขDอมูลพื้นที่ปลูกขDาวนาปรังรอบ 2 ในเขตชลประทาน ของประเทศไทย
ซึ่งพื้นที่ปลูกขDาวนาปรังสIวนใหญIอยูIในเขตชลประทานภาคเหนือตอนลIางและภาคกลาง จากสถิติเฉลี่ย
ยDอยหลัง 10 ปT มีพื้นที่อยูIระหวIาง 30,000-1,400,000 ไรI คิดเป\น 0.86 % - 12.39 % ของพื้นที่ปลูกขDาว
นาปรัง ในเขตชลประทาน ซึ่งพื้นที่ปลูกภาพรวมทั้งประเทศมีทั้งสิ้น 22 จังหวัด และสIวนใหญIอยูIในลุIมน้ำ
เจDาพระยา 11 จังหวัด ไดDแกI กรุงเทพมหานคร ชัยนาท นนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา ฉะเชิงเทรา
นครนายก สมุทรปราการนครปฐม สมุทรสาคร และจังหวัดสุพรรณบุรี (โยธิน และคณะ, 2564) และ
โครงการชลประทานที่สำคัญในภาคเหนือตอนลIาง คือ โครงการชลประทานพิษณุโลก ซึ่งเป\นโครงการ
พัฒนาลุIมแมIน้ำนIานระยะที่ 2 ตIอจากเขื่อนสิริกิตต1ลงมาประมาณ 176 กิโลเมตร โครงการนี้ใหDประโยชน1
กับพื้นที่การเกษตรบริเวณสองฝ´งแมIน้ำนIานรวม 3 จังหวัด คือ พิษณุโลก พิจิตร และนครสวรรค1 ใหD
ประโยชน1พื้นที่การเกษตรของจังหวัดพิษณุโลก นอกจากนี้ยังมีการชลประทานอื่น ๆ เชIน โครงการเขื่อน
นเรศวร โครงการชลประทานขนาดเล็ก มีพื้นที่ชลประทาน 64,377 ไรI 4) หนอง บึงตIาง ๆ รวมทั้งสิ้น
320 แหIง มีพื้นที่รวม 32,772 ไรI (สำราญ และคณะ, มปป.)
การทำการเกษตรแบบเขDมขDนนี้ทำใหDหลังเก็บเกี่ยวจะเตรียมที่นาสำหรับทำนาครั้งตIอไปทันที ไมI
วIาจะเกี่ยวขDาวดDวยมือหรือใชDรถเกี่ยว สิ่งที่เหลืออยูIในนาคือตอซัง ซึ่งตDองทำลายทิ้งกIอนจะไถนาเตรียม
ปลูกขDาวครั้งตIอไปไดD เมื่อเก็บเกี่ยวแลDว ชาวนามักเผาตอซัง หญDา เศษวัชพืชตIาง ๆ ในนาขDาว เพื่อเตรียม
ที่นาสำหรับฤดูเพาะปลูกครั้งตIอไป การเผาชีวมวลเหลIานี้ทำกันมาตั้งแตIสมัยโบราณ เป\นวิธีที่งIาย เสีย
คIาใชDจIายนDอย จึงเป\นที่นิยมตลอดมามีผลการวิจัยวIา ชาวนารDอยละ 45 มีพฤติกรรมเผาเศษวัสดุ
การเกษตรบนที่โลIงเป\นประจำ โดยใหDเหตุผลวIาเผาเพื่อการเตรียมดินกIอนทำนา ปริมาณเศษวัสดุ
การเกษตรจากการทำนามีประมาณ 117 ลDานตัน กวIารDอยละ 60 ของเศษวัสดุทั้งหมดจะถูกเผาในทุIงนา
เศษวัสดุเหลือใชDเพียงรDอยละ 15 ที่ถูกเผาในทุIงนาโดยสมบูรณ1เพราะมีความชื้นในเศษวัสดุการเกษตรและ
ดินเป\นตัวขัดขวางการเผาไหมD (เครือขIายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแหIงประเทศไทย, 2564)
187

