Page 195 - Cost-Benefit Analysis of agricultural waste management methods
P. 195

9.2.2 ข4าวโพดเลี้ยงสัตวH

                          ประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกขDาวโพด 9,673,822 ไรI และมีพื้นที่เผาไหมDในขDาวโพดรวม 175,009 ไรI
                   โดยภาคเหนือมีพื้นที่ปลูกขDาวโพดมีพื้นที่เผาไหมDในขDาวโพดมากที่สุด รองลงมาไดDแกI

                   ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกมีพื้นที่ปลูกขDาวโพด และภาคใตD ตามลำดับ เมื่อ

                   พิจารณาพื้นที่ปลูกขDาวโพด และมีพื้นที่เผาไหมDพื้นที่ปลูกขDาวโพดรายจังหวัด พบวIา พื้นที่ปลูกขDาวโพด
                   และเผาไหมDในพื้นที่ขDาวโพดในจังหวัดในภาคเหนือ ซึ่งสอดคลDองกับรายงานของ กรีนพีซ ประเทศไทย

                   (2563) วIาพื้นที่ภาคเหนือตอนบนของไทยมีการเผาไหมDในพื้นที่ปลูกขDาวโพด ประมาณ 1 แสนไรIในชIวงปT

                   พ.ศ. 2560-2562 ทั้งนี้เนื่องจากขDาวโพดเลี้ยงสัตว1เป\นพืชเศรษฐกิจที่นิยมปลูกในภาคเหนือ เนื่องจาก
                   ปลูกงIาย มีความทนทาน ตDองการน้ำนDอย และเป\นวัตถุดิบที่สําคัญในอุตสาหกรรมอาหารสัตว1  เกษตรกร

                   ที่อาศัยอยูIบริเวณพื้นที่สูง (ภูเขา) ในภาคเหนือสIวนใหญI มีอาชีพและรายไดDจากการปลูกขDาวโพดเลี้ยง
                   สัตว1 เนื่องจากเป\นพืชที่ปลูกงIายและใชDน้ำนDอย แตIเนื่องจากพื้นที่ปลูกขDาวโพดเลี้ยงสัตว1ในภาคเหนือสIวน

                   ใหญIเป\นพื้นที่สูงทำใหDยากตIอการจัดการเศษวัสดุเหลือใชDทางการเกษตร ซึ่งในชIวงการเก็บเกี่ยวผลผลิต

                   จะมีเศษวัสดุเหลือทิ้ง ไดDแกI เปลือก ซังขDาวโพด และสIวนอื่น ๆ สIวนใหญIเกษตรกรจะปลIอยไวDและรอเผา
                   ทิ้งในชIวงเดือนมกราคม-เมษายน ของทุกปT ซึ่งกIอใหDเกิดควันจากการเผาไหมDทำลายชั้นบรรยากาศของ

                   โลก และสุขภาพประชาชนในชุมชนที่อาศัยในพื้นที่ และเป\นสาเหตุหนึ่งของป€ญหาหมอกควัน โดยเฉพาะ

                   ทางภาคเหนือของไทย (ไทยพับลิกDา, 2555; มูลนิธิเกษตรรักษ1สิ่งแวดลDอม, มปป)
                          ทั้งนี้ในอดีตมีทั้งการใชDไฟเผาพื้นที่ไรIขDาวโพดเกIาของปTที่ผIานมาในชIวงเวลาที่เศษตอซังขDาวโพด

                   และวัชพืชแหDงสนิท และการเผาเศษวัสดุเหลือใชDทางการเกษตรในพื้นที่รับซื้อขDาวโพดเอง ทั้งนี้การเผา
                   เป\นที่นิยมเนื่องจากเป\นวิธีที่งIายและประหยัดตDนทุนในการผลิต สIวนพื้นที่ราบและเนินเขามีการเตรียม

                   พื้นที่เพาะปลูกดDวยการเผาเชIนกัน มีเพียงสIวนนDอยที่เตรียมพื้นที่การเพราะปลูกดDวยวิธีไถพรวน การใชDไฟ

                   เผาในชIวงที่เชื้อเพลิงแหDงสนิท มีผลใหDเศษวัชพืชถูกกำจัดไดDดีและฟ•–นกลับมาในชIวงฤดูฝนไดDนDอย ชIวยใหD
                   เกษตรกรลดคIาใชDจIายในสIวนของสารเคมีกำจัดศัตรูพืชที่ใชDฉีดพDนในพื้นที่แปลงขDาวโพด (กรีนนิวส1, 2564)

                   ในการจัดการเกษตรกรที่อาศัยอยูIบริเวณพื้นที่สูง ชIวงเดือนมกราคมถึงเดือนมีนาคม เป\นชIวงที่สภาพ

                   อากาศแหDงแลDงไมIมีน้ำฝนสำหรับทำการเกษตรบนพื้นที่สูงและลาดชัน เกษตรกรจะปลIอยใหDหญDาและ
                   วัชพืชขึ้นปกคลุมพื้นที่ปลูกขDาวโพดเลี้ยงสัตว1ของตนเองและถือเป\นชIวงพัก เกษตรกรบางสIวนใชDเวลาพัก

                   จากการปลูกขDาวโพดเลี้ยงสัตว1ไปปลูกขDาวในพื้นที่ลุIมที่มีน้ำไหลผIาน เมื่อใกลDถึงชIวงปลายฤดูรDอน
                   ประมาณเดือนเมษายน มักจะมีพายุฤดูรDอน เกษตรกรจะเริ่มแผDวถางดDวยเครื่องตัดหญDาและจุดไฟเผา

                   พื้นที่ปลูกขDาวโพดเลี้ยงสัตว1ของตนเพื่อเตรียมหนDาดินใหDโลIง เมื่อฝนตกแลDวจึงเริ่มเตรียมแปลงเพื่อหยอด

                   เมล็ดพันธุ1เพราะดินจะอIอนงIายตIอการจัดการ (กรีนนิวส1, 2565) ซึ่งสาเหตุที่เกษตรกรนิยมการเผา
                   เนื่องจากจะชIวยเคลียร1พื้นที่ใหDโลIงเตียน ชIวยกำจัดหนูและแมลงที่จะมากัดกินตDนขDาวโพด และที่สำคัญ

                   คือทำใหDสะดวกตIอการหยอดเมล็ด พื้นที่ซึ่งไมIไดDเผาจะหยอดเมล็ดพันธุ1ยาก เนื่องจากจะมีเศษซากหญDา
                   ปกคลุม เกษตรกรจะมองไมIเห็นแนวแถวหยอดขDาวโพด ตDองคIอยๆ เขี่ยหญDาแหวกใหDถึงพื้นดินเพื่อหยอด

                   เมล็ด ทำใหDตDองใชDเวลาเพิ่มขึ้นมากและทำใหDหาคนรับจDางหยอดเมล็ดยาก คนรับจDางจะขอตIอรองเพิ่ม




                                                            188
   190   191   192   193   194   195   196   197   198   199   200