Page 182 - Cost-Benefit Analysis of agricultural waste management methods
P. 182

พอเพียง โดยเสนอวIาควรเป\น 160-200 บาทตIอตันจะเป\นอัตราที่เหมาะสมกวIา ทั้งนี้การสนับสนุนเงิน

                   เพื่อระบบนิเวศบริการดังกลIาวเป\นการดำเนินการโดยโรงงานน้ำตาลซึ่งไดDรับเงินสนับสนุนจากรัฐอีกที แตI
                   การดำเนินการในป€จจุบันยังเป\นการดำเนินรายปT โดยมีการลงทะเบียนเกษตรกรกIอน มิใชIโครงการที่

                   ดำเนินการตIอเนื่องในระยะยาว นอกจากกนั้นเป\นการพิจารณาการเผากIอนการเก็บเกี่ยวเทIานั้น มิไดD
                   ครอบคลุมการเผาหลังจากที่ขายผลผลิตอDอยสดแลDว ทำใหDในหลายพื้นที่โครงการสนับสนุนงบประมาณ

                   เพื่อการหยุดเผาอDอยเป\นเพียงการบรรเทาผลกระทบจากการเผาบางสIวนเทIานั้น

                          ทั้งนี้กรมพัฒนาที่ดินเคยมีโครงการสIงเสริมใหDปลูกปอเทืองไถกลบหลังทำนา โดยสนับสนุนคIาไถ
                   กลบ 500 บาท และไถเตรียมแปลง 500 บาทรวมกันเป\น 1000 บาทตIอไร ซึ่งเป\นโครงการที่ไดDรับการ

                   ตอบรับจากเกษตรกรดีมากแตIโครงการเหลIานี้เป\นโครงการที่ดำเนินการตามงบประมาณ มิใชIโครงการ
                   ตIอเนื่องในระยะยาวที่จะปรับเปลี่ยนอยIางยั่งยืน

                          2) การมีอัตราดอกเบี้ยเงินกู4พิเศษหรือการลดดอกเบี้ย การผQอนผันหนี้ หรือยืดอายุการชำระ

                   หนี้สำหรับเกษตรกรรายยIอยที่ทำการเกษตรโดยไมIเผา เป\นการสรDางเครดิตสีเขียวใหDกับเกษตรกรสะสม
                   ในแตIละปT ทั้งนี้จากการลงรับฟ€งความคิดเห็นเชิงนโยบายจากการอภิปรายกลุIม เกษตรกรเสนอวIาควร

                   เป\นการสะสมเครดิตอยIางตIอเนื่องในแตIละปT และหากปTใดไมIสามารถสรDางเครดิตสีเขียวไดDตIอเนื่องก็ตDอง

                   เริ่มตDนสะสมเครดิตสีเขียวใหมI ทั้งนี้สัดสIวนการลดดอกเบี้ย หรือการยืดอายุการชำระหนี้ใหDเป\นอัตรา
                   กDาวหนDาตามเครดิตของแตIละบุคคล

                          3) การปรับโครงสร4างหนี้ หนี้จากการเกษตรเป\นป€ญหาที่สำคัญและมีอิทธิพลตIอพฤติกรรมและ
                   การตัดสินใจในการดำเนินกิจกรรมทางการเกษตร จากการสัมภาษณ1เกษตรผูDปลูกอDอยและขDาวโพดมี

                   ความเห็นคลDายคลึงกันวIาการชำระหนี้เงินกูDทั้งของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ1การเกษตร (ธกส.)

                   ทั้งนี้เกษตรกรรายยIอยหลายรายเห็นพDองกันวIาการปลูกพืชเชิงเดี่ยวยิ่งสรDางหนี้ในระบบ การปรับเปลี่ยน
                   พฤติกรรมในระยะยาวจะตDองเริ่มจากการปรับโครงสรDางหนี้ หรือจากการเขDาสูIกองทุนฟ•–นฟูหนี้เพื่อใหD

                   เกษตรกรมีศักยภาพและมีทางเลือกในการปรับพฤติกรรมทางการเกษตรมากขึ้น
                          ทั้งนี้มาตรการทางการเงินและการคลังที่เสนอแนะมาทั้งสามประการนั้นสามารถดำเนินการกับ

                   เกษตรกรผูDปลูกอDอยไดDงIายและชัดเจนที่สุดเนื่องจากมีโครงสรDางการดำเนินการที่บูรณาการระหวIาง

                   ภาครัฐ เอกชน และชุมชนมากIอนแลDว รวมทั้งการมีงบประมาณจากกองทุนอยูIแลDว แตIทั้งนี้ในการดำเนิน
                   นโยบายการเงินและการคลังดังกลIาวตDองมีเงื่อนไข สัญญารIวมในการดำเนินการในระยะยาว พรDอมทั้งใชD

                   ระบบเทคโนโลยีในการติดตามตรวจสอบที่ดี เชIน ระบบเพื่อนบDานเฝ”าระวังแปลงใหDกับเพื่อนบDาน (Peer

                   review)  วIาพื้นที่ในชุมชนที่เขDาโครงการสนับสนุนทางการเงินและการคลังนั้นไมIมีการเผาไหมDในพื้นที่
                   การเกษตรตลอดระยะเวลา หรือการสรDางระบบตรวจจับแปลงที่มีการเผาไหมDจากพื้นที่การเกษตรโดย

                   ศูนย1สารสนเทศภูมิศาสตร1และกระทรวงเกษตรและสหกรณ1 เป\นตDน

                          ทั้งนี้จากการวิเคราะห1การปลดปลIอยคาร1บอนจากกิจกรรมทางการเกษตรพบวIา เมื่อเทียบการ
                   จัดการเศษวัสดุเหลือใชDทางการเกษตรดDวยการเผาแลDว การไถกลบ การทำปุƒยหมักและการทำโรงไฟฟ”า

                   ชีวมวลเป\นการปลดปลIอยก าซเรือนกระจกจากก าซคาร1บอนไดออกไซด1เทียบเทIาที่นDอยกวIาการเผาเศษ




                                                            176
   177   178   179   180   181   182   183   184   185   186   187