Page 186 - เขตการใช้ที่ดินพืชเศรษฐกิจกล้วยไข่
P. 186
3-99
8) เกษตรกรที่ปลูกกล้วยไข่ส่วนใหญ่ไม่ต้องการ/ไม่ตั้งใจท าสวนกล้วยไข่ตามระบบ คุณภาพ GAP
เนื่องจากทุกขั้นตอนการผลิตจะต้องเคร่งครัดในการใช้ปัจจัยการผลิตไม่ให้สารเคมีตกค้าง ท าให้เป็นปัญหา
ต่อการขยายพื้นที่ปลูกเพื่อเพิ่มปริมาณกล้วยไข่คุณภาพ GAP ที่ความต้องการของตลาดมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น
9) กล้วยไข่ไทยมีเปลือกบาง ช ้าง่าย ไม่ทนทานต่อการเก็บรักษาและการขนส่ง การท าตลาด
กล้วยไข่ที่ระยะทางไกล ต้องมีต้นทุนสูง เนื่องจากต้องใช้การขนส่งทางอากาศ เพื่อคงสภาพความสด
10) การผลิตกล้วยไข่คุณภาพ GAP มีต้นทุนและราคาขายสูงกว่ากล้วยไข่ทั่วไป และช่องทาง
การตลาดจะวางขายเฉพาะที่จ าหน่ายสินค้าเกษตรปลอดสารพิษ/สินค้าอินทรีย์เท่านั้น กล้วยไข่คุณภาพ GAP
ในประเทศจึงมีช่องทางการตลาดแคบและเป็นตลาดส าหรับผู้บริโภคที่มีก าลังซื้อสูง
11) การผลิตกล้วยไข่ของประเทศไทยยังไม่พอเพียงต่อความต้องการของตลาดทั้งในประเทศ
และต่างประเทศ เนื่องจากผลผลิตที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานมีปริมาณน้อย ท าให้ไม่พอเพียงกับการส่งออก
12) กล้วยไข่คุณภาพ GAP ยังมีปริมาณน้อยและราคาสูง ท าให้แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อินทรีย์
ประเภทต่างๆ ได้น้อย ประกอบกับผู้ประกอบการด้านการตลาด การแปรรูป และผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์
สินค้าอินทรีย์มีจ านวนจ ากัด ท าให้การผลิตและการตลาดกล้วยไข่คุณภาพ GAP ขยายตัวได้ล่าช้า
13) การผลิตส่วนใหญ่เพื่อการบริโภคภายในประเทศโดยเกษตรกรรายย่อย การรวมกลุ่มที่เข้มแข็ง
ผลิตเพื่อการส่งออกยังมีน้อย ท าให้ปริมาณและมูลค่าการส่งออกกล้วยไข่และผลิตภัณฑ์มีมูลค่าไม่มากนัก
ทั้งที่กล้วยไข่เป็นพืชที่มีศักยภาพในการส่งออกมาก
โอกาส
1) สภาพอากาศโดยทั่วไปของประเทศไทยสามารถปลูกและเก็บผลผลิตกล้วยไข่ได้ทุกฤดูกาล
เนื่องจากอากาศไม่หนาวจัดและไม่มีลมพายุเป็นประจ าปี
2) มีการส่งเสริมการปลูกกล้วยไข่ทั้งเป็นพืชเดี่ยวและพืชแซม
3) ในภูมิภาคเอเชียกล้วยไข่ไทยแทบไม่มีคู่แข่งทั้งด้านการผลิตและการตลาด คู่แข่งในการผลิตกล้วย
ในภูมิภาคนี้ ได้แก่ ประเทศฟิลิปปินส์ (ปลูกกล้วยหอมเป็นส่วนใหญ่)
4) กล้วยไข่ของประเทศไทยมีภาพลักษณ์ที่ดีและน่าเชื่อถือทั้งด้านคุณภาพและความสวยงาม
รวมทั้งความปลอดภัยไร้สารพิษตกค้างปนเปื้ อน จึงเป็นที่นิยมของตลาดต่างประเทศโดยเฉพาะ
ประเทศจีนและญี่ปุ่น
5) กล้วยไข่ไทยเป็นที่นิยมของผู้บริโภคชาวจีนจากภาพลักษณ์ของกล้วยไข่ที่มีสีเหลืองสะดุดตา
เมื่อได้ลองรสชาติต่างติดใจและยกย่องในคุณภาพของกล้วยไข่ไทยจนได้รับขนานนามว่า “กล้วยจักรพรรดิ”
นอกจากตลาดจีนที่เป็นตลาดหลักของกล้วยไข่ไทยแล้ว ประเทศที่มีโอกาสขยายตลาดได้เพิ่มขึ้น
ได้แก่ ฮ่องกง (นิยมบริโภคกล้วยไข่ตลอดทั้งปี) ญี่ปุ่น (เริ่มนิยมบริโภคและน าเข้าเพิ่มขึ้น) ลาว เกาหลีใต้
และเยอรมนี เป็นต้น
เขตการใช้ที่ดินพืชเศรษฐกิจกล้วยไข่ ส านักส ารวจดินและวางแผนการใช้ที่ดิน

