Page 222 - เขตการใช้ที่ดินพืชเศรษฐกิจกล้วยหอม
P. 222
ผ-8
เหนือกล้วยหวีแรก ประมาณ 20 เซนติเมตร ล้างนํ้าเพื่อไม่ให้นํ้ายางเปื้อนผลกล้วย จากนั้นนําไปผึ่งให้
แห้งในที่ร่ม การผึ่งควรตั้งให้ปลายเครืออยู่ด้านบนโดยวางพิงกันไว้
8. การปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยว (รักษ์, 2553)
1) การจัดการผลหลังเก็บเกี่ยว
(1) ทําการตัดแบ่งหวีกล้วยเป็นหวีแล้วบรรจุหีบห่อส่งตลาดปลายทาง เพื่อนําไปบ่มขาย
ขณะทําการตัดแบ่งหวีต้องระวังไม่ให้นํ้ายาเปื้อนผลจะดูไม่สวยงาม อาจทําการตัดแบ่งหวีลงในนํ้าแล้ว
ผึ่งให้แห้ง หรือเป่าด้วยพัดลม
(2) การคัดคุณภาพและการคัดขนาด หลังทําการตัดแบ่งกล้วยเป็นหวีอาจพบกล้วยบางหวี
หรือบางผลมีตําหนิ หรือถูกโรคแมลงทําลายให้คัดแยกออก ขณะเดียวกันให้ทําการคัดขนาดหวีและ
ผลไปในคราวเดียวกัน
(3) บรรจุหีบห่อลงในกล่อง หรือเข่งที่บุด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์ หรือใบตองสด
เพื่อป้ องกันมิให้ผิวชํ้าหรือดํา ขณะบรรจุควรมีการนับจํานวนผลกรณีจําหน่ายแบบนับผล แต่ถ้า
จําหน่ายเป็นกิโลกรัม ควรทําการชั่งนํ้าหนักกล่องหรือเข่งแล้วเขียนบอกขนาดและนํ้าหนักด้วยป้ าย
กระดาษแข็ง
2) การบ่มกล้วย
เป็นวิธีที่ทําให้สุกและสีสมํ่าเสมอ เพื่อสะดวกในการจัดจําหน่ายโดยเรียงกล้วยในเข่งที่กรุ
ด้วยกระดาษโดยรอบ หรือนํากล้วยลงในโอ่งแล้วใส่ถ่านแก๊สแคลเซียมคาร์ไบด์ที่ทุบเป็นก้อนเล็กๆ
ห่อด้วยกระดาษจะทําให้กล้วยสุกภายใน 1-3 วัน นอกจากนี้แล้วยังมีการใช้สารละลายเอทธิลีน เช่น
อีเธล (ethel) ความเข้มข้น 500-1,000 ppm. พ่นที่ผลกล้วยแล้วหุ้มด้วยถุงพลาสติก 1 วัน แล้วเปิดออก
ผึ่งไว้ให้อากาศถ่ายเท กล้วยจะสุกภายใน 1-3 วัน ภาชนะที่ใช้บ่มต้องสะอาด อุณหภูมิอยู่ระหว่าง 12-17
องศาเซลเซียส ความชื้นสัมพัทธ์ 90 เปอร์เซ็นต์
3) การชะลอการสุก
ในการส่งไปจําหน่ายในตลาดต่างประเทศที่ต้องการกล้วยดิบ การทําให้กล้วยสุกช้าโดยใช้
อุณหภูมิตํ่าในการขนส่งช่วยชะลอการสุกได้ระยะหนึ่ง ทั้งนี้รวมถึงการใช้สารละลายโพแทสเซียม
เปอร์แมงกาเนต (ด่างทับทิม) ใส่ลงไปในกล่องสามารถชะลอการสุกได้
เขตการใช้ที่ดินพืชเศรษฐกิจกล้วยหอม สํานักนโยบายและแผนการใช้ที่ดิน

