Page 223 - เขตการใช้ที่ดินพืชเศรษฐกิจกล้วยหอม
P. 223
ผ-9
9. การบรรจุและการขนส่ง (เบญจมาศ, 2545)
การบรรจุกล้วยลงในกล่องนั้นบรรจุเป็นหวีๆ ลงในกระดาษลูกฟูกลอน มีพลาสติกหนา 0.005 นิ้ว
หรือ 0.10 มิลลิเมตร สามารถทนต่อแรงกดจากการซ้อนกัน ต้องมีรูระบายอากาศ มีแผ่นกั้นกลางเพื่อป้องกัน
แรงกดจากข้างบน ขนาดกล่องควรรับนํ้าหนักประมาณ 12-18 กิโลกรัมต่อกล่อง
10. โรคที่สําคัญและการป้ องกันกําจัด (ทรงกลด, ม.ป.ป.)
1) โรคตายพราย
สาเหตุของโรค เกิดจากเชื้อรา fusarium oxysporum cubense
ลักษณะอาการ เชื้อราเข้าทําลายราก แล้วเข้าไปในท่อนํ้าและท่ออาหารของเหง้าและโคนลําต้น
ทําให้ท่อนํ้าและท่ออาหารอุดตันและเน่าเป็นสีนํ้าตาลตัดกับเนื้อเยื่อสีขาวอย่างชัดเจน ของเหลวจาก
เซลล์ที่เน่าไหลเข้าไปอุดตันท่อนํ้าท่ออาหารด้วยเช่นกัน เมื่อโรคมีความรุนแรงมากขึ้น ท่อนํ้าและท่ออาหาร
เปลี่ยนเป็นสีแดงเข้มและแดงม่วง มีผลให้การส่งผ่านนํ้าและแร่ธาตุอาหารไม่เป็นไปตามปกติ เพราะ
ท่อนํ้าและท่ออาหารเสื่อมสภาพ ใบขาดนํ้ามีลักษณะอาการเหี่ยวเฉา เปลี่ยนเป็นสีเหลืองผืนใบเหี่ยวย่น
และหักพับลงมาขนานแนบลําต้น ส่วนใบยอดเป็นสีขาวและเจริญตั้งตรงอยู่บนยอดกาบของลําต้นเทียม
ประกบอยู่อย่างหลวมๆ แล้วแยกออกและห้อยลงมา การเจริญเติบโตชะงักงันไม่ผลิดอกออกผล ในขณะเดียวกัน
อาจมีหน่อกล้วยงอกเจริญออกมาเหมือนปกติอยู่ระยะหนึ่ง และจะชะงักการเจริญ มีอาการเหี่ยวเฉา
ทั้งต้นแก่และต้นอ่อน เมื่อผ่าลําต้นพบกาบที่อยู่ภายนอกมีเนื้อเยื่อสีเหลืองแต่กาบถัดเข้าไปเป็นสีนํ้าตาล
หรือสีนํ้าตาลแดง
การป้ องกันกําจัด ทําความสะอาดโคนกอกล้วยอย่าให้รก และทําทางระบายนํ้าแล้วราดโคนต้น
ให้ชุ่มด้วยสารเคมี เช่น แคปแทน 40 กรัมต่อนํ้า 20 ลิตร
2) โรคใบจุดกระ
สาเหตุของโรค เกิดจากเชื้อรา phyllosticta musarum
ลักษณะอาการ ใบเกิดเป็นจุดกระซึ่งระยะแรกเป็นจุดสีแดง และต่อมาเปลี่ยนเป็นสีนํ้าตาล
หรือสีนํ้าตาลไหม้เกือบดํา จุดดังกล่าวเมื่อขยายโตขึ้นจะมีขนาดและลักษณะไม่แน่นอน แผลเกิดไปตามยาว
ของเส้นใบ และโดยรอบแผลดังกล่าวมีผืนสีเหลือง เกิดขึ้นอยู่โดยรอบขอบแผลอาจเป็นหย่อมๆ หรือเชื่อมติดต่อกัน
เป็นทางยาวขนานไปกับเส้นใบ เมื่อสังเกตจะพบว่า บนพื้นแผลมีตุ่มนูน pycnidium ของเชื้อราสาเหตุ
สีนํ้าตาลไหม้เกิดอยู่ทั่วไป ในที่สุดกลางแผลจะแห้งเป็นสีนํ้าตาลเข้มหรือสีนํ้าตาลไหม้ โรคนี้บางครั้ง
พบว่า เกิดเป็นจุดสีนํ้าตาลไหม้อยู่บนเส้นกลางใบหรือก้านกลางใบมีลักษณะเป็นจุดกระอย่างชัดเจน
การป้ องกันกําจัด ควรพ่นด้วยสารเคมี เช่น แคปแทน 30 กรัมต่อนํ้า 20 ลิตร
เขตการใช้ที่ดินพืชเศรษฐกิจกล้วยหอม สํานักนโยบายและแผนการใช้ที่ดิน

