Page 219 - เขตการใช้ที่ดินพืชเศรษฐกิจกล้วยหอม
P. 219
ผ-5
ตามยาวเป็น 2 หรือมากกว่า 2 แล้วแต่ขนาดและความสมบูรณ์ของเหง้า นําไปชําในวัสดุเพาะชํา จนได้
ต้นกล้าขนาดพร้อมที่จะปลูกได้ จึงทําการย้ายปลูกต่อไป
(3) การขยายพันธุ์โดยวิธีเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ซึ่งในต่างประเทศนิยมใช้วิธีนี้ เพราะในการ
ผลิตกล้วยเพื่อส่งตลาดในปริมาณมาก ต้องมีการวางแผนการผลิตเพื่อให้ได้ผลผลิตคุณภาพดี ส่งตลาด
ในช่วงเวลาเดียวกัน เหมาะสําหรับการผลิตเป็นการค้าแบบแปลงใหญ่ ข้อดีของวิธีนี้ คือ กล้วยจะตกเครือ
ในเวลาเดียวกัน แต่เกษตรกรต้องเสียเวลาในการเพาะปลูกยาวนานกว่าวิธีการแยกหน่อ
2) หน่อพันธุ์สําหรับการเพาะปลูก
หน่อกล้วยที่เกิดจากต้นแม่ สามารถจําแนกตามรูปร่างและลักษณะต่างๆ ดังนี้
(1) หน่ออ่อน เป็นหน่ออายุน้อย ขนาดเล็กมีเพียงใบเกล็ดอยู่เหนือผิวดิน ซึ่งไม่นิยมนําไป
เพาะปลูก
(2) หน่อใบดาบ เป็นหน่อที่เกิดจากตาของเหง้า ใบเลี้ยงเล็กขนาดสูงประมาณ 75
เซนติเมตร มีเหง้าขนาดประมาณ 15 เซนติเมตร เหมาะสําหรับการแยกไปเพาะปลูก
(3) หน่อแก่ เป็นหน่อที่เจริญมาจากหน่อใบดาบ ใบเริ่มแผ่กว้างขึ้น อายุประมาณ 5-8 เดือน
มีเหง้าขนาดใหญ่ เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 25 เซนติเมตร เหง้าของหน่อแก่อาจมีตาที่สามารถเจริญ
เป็นหน่อใหม่ได้หลายหน่อ
(4) หน่อใบกว้าง เป็นหน่อที่เกิดจากตาของเหง้าแก่หรือเหง้าที่ไม่แข็งแรงสมบูรณ์ ลักษณะ
ใบแผ่กว้างตั้งแต่ยังมีอายุน้อย ซึ่งไม่นิยมนําไปเพาะปลูก
3) การเลือกหน่อกล้วยเพื่อการเพาะปลูก
(1) ต้องเป็นหน่อที่เหง้าใหญ่สมบูรณ์ ความสูงของหน่อประมาณ 75 เซนติเมตร
(2) เป็นหน่อที่ได้จากต้นแม่สมบูรณ์ ไม่เป็นโรคตายพราย หรือมีแมลงเข้าทําลาย
โดยเฉพาะด้วงงวง
(3) ส่วนเหง้าต้องไม่ถูกโรคแมลงทําลาย
(4) เป็นแหล่งพันธุ์ที่เชื่อถือได้ ซึ่งเกษตรกรจะต้องตรวจสอบประวัติของสวนแล้ว ไม่เคยมี
โรคระบาดมาก่อน
(5) กรณีเป็นหน่อที่มีวางจําหน่าย ต้องพิจารณาความสดใหม่ เหง้าใหญ่ ไม่บอบชํ้า
เขตการใช้ที่ดินพืชเศรษฐกิจกล้วยหอม สํานักนโยบายและแผนการใช้ที่ดิน

