Page 88 - Cost-Benefit Analysis of agricultural waste management methods
P. 88

เป\นการลดตDนทุนในการผลิต และเพื่อรณรงค1สIงเสริมใหDเกษตรกรทำการเกษตรแบบเกษตรอินทรีย1ใหD

                   มากขึ้น (กระทรวงเกษตรและสหกรณ1, 2558)
                          นอกจากนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ1 ยังมีโครงการธนาคารปุƒยอินทรีย1 ซึ่งไดDดำเนินโครงการ

                   มาตั้งแตIปT 2558 โดยมีกรมพัฒนาที่ดินเป\นหนIวยงานหลัก มีวัตถุประสงค1เพื่อใหDเกษตรกรมีการผลิตและ
                   ใชDประโยชน1ปุƒยอินทรีย1อยIางตIอเนื่องและยั่งยืน  ลด ละ เลิกการเผา ดDวยการนําเอาวัสดุเหลือใชDจากไรIนา

                   มาผลิตปุƒยอินทรีย1 ลดการใชDปุƒยเคมีเป\นการลดตDนทุนในการผลิต อีกทั้งเป\นการสIงเสริมใหDเกษตรกร

                   ทำการเกษตรแบบเกษตรอินทรีย1ใหDมากขึ้น โดยกำหนดพื้นที่ดำเนินการ ในความดูแลของสถานีพัฒนา
                   ที่ดินในแตIละจังหวัด รวมถึงหนIวยงานภายในกรมพัฒนาที่ดินที่มีศักยภาพในการผลิตรวม 87 แหIง

                   โดยเนDนพื้นที่ของเกษตรกร หรือหมอดินอาสา หรือพื้นที่ที่สามารถใชDเป\นสถานที่ดำเนินการ จากการ
                   ประเมินผลการดำเนินโครงการ ปT 2561 ของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร พบวIา มีเกษตรกรเขDารIวม

                   โครงการประมาณ 3,000  ราย  ใน 77 จังหวัด โดยเกษตรกรประมาณ 1,500 ราย นำความรูDที่ไดDรับจาก

                   การอบรมมาผลิตปุƒยอินทรีย1ใชDเองในครัวเรือน โดยผลิตปุƒยหมักใชDเอง 1.5 ตัน/ครัวเรือน จากเศษวัสดุ
                   เหลือใชDในไรIนา อาทิ มูลสัตว1 ฟางขDาว แกลบ รำ ขี้เถDา กากมัน ใบไมD หญDาแหDง ซังขDาวโพด และสามารถ

                   ผลิตน้ำหมักชีวภาพไดDเฉลี่ย 300 ลิตร/ครัวเรือน จากเศษอาหาร เศษผัก ปลา หอยเชอรี่ และผลไมD

                   ทั้งนี้ สามารถคิดเป\นมูลคIาปุƒยอินทรีย1และน้ำหมักชีวภาพรวมประมาณ 12,000 บาท/ครัวเรือน และ
                   คิดเป\นผลประโยชน1สุทธิหลังหักคIาใชDจIายอยูIที่ 7,517 บาท/ครัวเรือน  อยIางไรก็ตาม ในสIวนของ

                   เกษตรกรที่เหลืออีกประมาณ 1,500 ราย ที่ยังไมIมีการนำความรูDมาปรับใชD เนื่องจากมีภารกิจมาก
                   อายุมาก และขาดวัสดุที่จำเป\นในการผลิต เชIน มูลสัตว1 กากน้ำตาล และถังหมัก โดยหลังจากนี้ กระทรวง

                   เกษตรฯ มีแผนที่จะสนับสนุนใหDธนาคาร/สหกรณ1ตIางๆ ในพื้นที่ รวบรวมวัสดุที่จำเป\นขDางตDนมาจำหนIาย

                   ในราคาขายสIง หรือใหDเกษตรกรยืมโดยมีระยะเวลาปลอดดอกเบี้ย ผลการดำเนินการยังพบวIา เกษตรกร
                   ที่ผลิตปุƒยหมักใชDเองนั้นจะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจากเดิมโดยลดการเผาเศษวัสดุเหลือใชDในไรIนาลง

                   ถึงเทIาตัว ซึ่งเป\นการลดมลพิษทางอากาศและลดภาวะโลกรDอน ทำใหDสภาพแวดลDอมดี เกิดการหมุนเวียน
                   ของธาตุอาหารในดิน ดินรIวนซุยมากขึ้น สIงผลใหDผลผลิตที่ไดDมีคุณภาพดีขึ้นกวIาเดิม ซึ่งเกษตรกร

                   สIวนใหญIมีความคิดเห็นเป\นเสียงเดียวกันวIา การทำปุƒยอินทรีย1ใชDเองในครัวเรือนทำใหDรูDสึกปลอดภัยขึ้น

                   เป\นผลดีตIอสุขภาพทั้งตัวเอง และผูDบริโภคอีกดDวย อยIางไรก็ตาม เกษตรกรตDองการใหDภาครัฐสนับสนุน
                   และใหDความรูDอยIางตIอเนื่อง เพื่อใหDเกษตรกรทุกรายเห็นประโยชน1และหันมาเริ่มผลิตปุƒยอินทรีย1ใชDเอง

                   ในครัวเรือนมากขึ้น (สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร, 2564b)


                   5.1.1.4 นโยบายที่เกี่ยวข4องกับการสQงเสริมการผลิตและการใช4เชื้อเพลิงชีวมวล

                          รัฐบาลไดDมีนโยบายในการสIงเสริมการผลิตการใชDพลังงานทดแทนมาโดยตลอด ซึ่งการใชDงานจะ

                   อยูIในรูปแบบของพลังงานไฟฟ”า พลังงานความรDอนและเชื้อเพลิงชีวภาพ การขับเคลื่อนพัฒนาพลังงาน
                   ทดแทนตามยุทธศาสตร1ของแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก พ.ศ. 2558 – 2579

                   ไดDกำหนดกลยุทธ1ในการพัฒนาและสIงเสริมวัตถุดิบอื่น ๆ ที่ยังไมIมีการใชDประโยชน1มาเป\นแหลIงเชื้อเพลิง




                                                             83
   83   84   85   86   87   88   89   90   91   92   93