Page 153 - Cost-Benefit Analysis of agricultural waste management methods
P. 153

และขDาวที่เทIากับ 43.18 และ 26.46 kgCO 2e/ตัน ตามลำดับ โดยรวมทั้งประเทศแลDว การทำปุƒยหมักจาก

                   เศษวัสดุเหลือใชDจากขDาว ขDาวโพด และอDอย สามารถลดการปลIอยปริมาณก าซเรือนกระจกไดD 404,370
                   358,762 และ 1,288,133 tCO 2e ตามลำดับ

                          การศึกษาในครั้งนี้ไดDกำหนดใหDมีเพียงฟางขDาวที่สามารถนำไปทำปุƒยหมักไดDเนื่องจากยังไมIมี
                   เครื่องจักรที่สามารถเก็บเกี่ยวขDาวโดยไมIเหลือตอขDาวไดD ที่ตอขDาวสูงประมาณ 40 เซนติเมตร จะทำใหDมี

                   ฟางขDาวประมาณรDอยละ 50 ของปริมาณขDาวเปลือกที่ผลิตไดD (Gummert et al., 2020) ซึ่งตรงกับสัดสIวน

                   ที่ใชDประเมินปริมาณฟางขDาวในประเทศไทย (กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ1พลังงาน, 2554)
                   ที่รDอยละ 0.49 ของปริมาณขDาวเปลือก ดังนั้น คาร1บอนฟุตพริ้นท1จากการไถกลบและทำปุƒยหมักจาก

                   เศษวัสดุเหลือใชDจากขDาวจึงมีความแตกตIางกันมาก


                   7.2.2  การวิเคราะหHความคุ4มคQาในการดำเนินการจัดการเศษวัสดุเหลือใช4ทางการเกษตรโดยวิธีการ

                   ทำปุ˜ยหมักแบบไมQกลับกอง (ทางเลือกที่ 2 การทำปุ˜ยหมักแบบไมQกลับกอง)


                                 จากการลงพื้นที่และการสัมภาษณ1เชิงลึกเกษตรกร พบวIา การทำปุƒยหมักแบบไมIกลับ
                   กองเป\นวิธีการจัดการเศษวัสดุเหลือใชDทางการเกษตรในกรณีการปลูกขDาว และการปลูกขDาวโพด ที่ไดDรับ

                   ความนิยมกันในทุกภาคของประเทศ (ตามระบุในขอบเขตการศึกษา) เนื่องจากใชDเวลาโดยประมาณ 3 ถึง
                   6 เดือน ซึ่งแมDทำปุƒยหมักเกษตรกรก็ยังคงทำการเพาะปลูกในรอบถัดไปไดD และใชDพื้นที่ไมIมากนัก สำหรับ

                   ทางเลือกที่ 2 การทำปุƒยหมักแบบไมIกลับกอง สามารถทำไดDในพืชทั้ง 3 ชนิด สำหรับการคำนวณตDนทุน

                   และผลตอบแทนในทางเลือกที่ 2 การทำปุƒยหมักแบบไมIกลับกอง สามารถแสดงรายละเอียดในแตIละ

                   รายการไดDดังภาพที่ 35






























                                                            148
   148   149   150   151   152   153   154   155   156   157   158