Page 101 - Cost-Benefit Analysis of agricultural waste management methods
P. 101

ตIางๆ เชIน feed-in tariffs (FIT) และfeed-in-premiums (FIP) สำหรับไฟฟ”าจากพลังงานหมุนเวียน

                   (Kitzing, Mitchell, & Erik, 2020; Sovacool, 2013) ทำใหDการใชDฟางขDาวเป\นแหลIงพลังงานเพิ่มมาก
                   ขึ้น ยิ่งไปกวIานั้น ตั้งแตIปT ค.ศ.2009 หลังการนำกฎระเบียบพลังงานทดแทนของสหภาพยุโรป European

                   Union's Renewable Energy Directive (EU-RED) มาใชDถือวIาเป\นนโยบายที่ชIวยขับเคลื่อนการใชD
                   พลังงานหมุนเวียน โดย EU-RED ไดDกำหนดเป”าหมายการใชDพลังงานหมุนเวียนในแตIละประเทศสมาชิก

                   และเป”าหมายของสหภาพยุโรปโดยรวม เป”าหมายของแตIละประเทศสมาชิกจะสามารถลุลIวงผIานการวาง

                   ยุทธศาสตร1และกฎระเบียบในแผนปฏิบัติพลังงานทดแทนระดับชาติ National Renewable Energy
                   Action Plans (NREAP) ที่แตIละสมาชิกไดDกำหนดไวD

                          เมื่อเปรียบเทียบการใชDฟางขDาวเป\นพลังงานกับแผนปฏิบัติพลังงานทดแทนของประเทศ
                   เดนมาร1ก เป”าหมายการใชDพลังงานจากฟางขDาวยังขาดอีกประมาณเจ็ดหมื่นตันตIอปT เพื่อใหDบรรลุ

                   เป”าหมายในปT ค.ศ. 2020 เมื่อเทียบกับการใชDในปT ค.ศ. 2006 ทำใหDเห็นวIาเป”าหมายในปT ค.ศ. 2020

                   เพิ่มขึ้นจากสิบสี่ปTที่แลDวเพียงเล็กนDอย สาเหตุเนื่องจากความกDาวหนDาของเทคโนโลยีที่ทำใหDมีตัวเลือก
                   ในการใชDเชื้อเพลิงอื่น ๆ เพิ่มขึ้น เชIน ไมDอัดเม็ดและเศษไมD ทำใหDการใชDฟางขDาวเพื่อผลิตไฟฟ”าและความ

                   รDอนลดลงตั้งแตIปT ค.ศ. 2010


                   5.2.2. สวีเดน

                          เชIนเดียวกันกับประเทศเดนมาร1ก ประเทศสวีเดนพยายามคDนหาแหลIงพลังงานเชื้อเพลิง

                   ที่สามารถผลิตไดDในประเทศหลังจากเกิดวิกฤตราคาน้ำมันโดยมุIงไปที่พลังงานนิวเคลียร1ในชIวง
                   ค.ศ. 1970-1990 อยIางไรก็ตาม อุบัติเหตุจากการใชDพลังงานนิวเคลียร1ในประเทศอื่น ๆ ทำใหDในปT

                   ค.ศ. 1980 มีการลงประชามติใหDประเทศยุติการใชDพลังงานนิวเคลียร1กIอนปT ค.ศ. 2010 และพยายาม
                   คDนหาแหลIงพลังงานอื่น ๆ ยกตัวอยIางเชIน การเปลี่ยนมาใชDพลังงานจากถIานหินและไมDแทนการใชDน้ำมัน

                   สุดทDายแลDว เนื่องดDวยความกังวลเกี่ยวกับการปลIอยก าซเรือนกระจกและการเปลี่ยนแปลงของสภาพ

                   ภูมิอากาศทำใหDประเทศเปลี่ยนไปใชDพลังงานหมุนเวียนโดยเฉพาะชีวมวลหากแตIไมIมีเป”าหมายการใชD
                   ชีวมวลเหลือทิ้งเฉพาะเจาะจงในแตIละชนิด

                          ตลอดการพัฒนาการใชDชีวมวลเป\นพลังงานในอดีต รัฐบาลไดDบัญญัติการใชDเชื้อเพลิงแข็ง (Solid

                   Fuel Act) และเสDนใยไมD (Wood Fibre Act) โดยบัญญัติการใชDเชื้อเพลิงแข็งไดDกำหนดใหDโรงผลิตความ
                   รDอนตDองมีหมDอตDมที่สามารถใชDเชื้อเพลิงแข็งเป\นพลังงานไดD เชIน ชีวมวล และ ถIานหิน เพื่อที่จะยุติการใชD

                   เชื้อเพลิงประเภทน้ำมัน สIวนบัญญัติการใชDเสDนใยไมDมีไวDเพื่อรักษาทรัพยากรไมDสำหรับอุตสาหกรรม

                   เสDนใยไมDซึ่งถูกยกเลิกในปT ค.ศ.1993 ทำใหDการใชDไมDอัดเม็ดและไมDอัดกDอน (wood briquette) เพิ่มขึ้น
                   เป\นอยIางมาก เนื่องจากมีเศษไมDเหลือทิ้งจากอุตสาหกรรมที่ใชDไมD ทำใหDสามารถนำชีวมวลเหลือทิ้งมาใชD

                   เป\นพลังงาน
                          ในปTระหวIางปT ค.ศ.1991-2012 รัฐบาลไดDสนับสนุนโครงการตIาง ๆ เชIน โรงผลิตความรDอนและ

                   ไฟฟ”า เพื่อเป\นการสIงเสริมใหDใชDพลังงานชีวมวลมูลคIารวมหลายพันลDานยูโร ซึ่งผลลัพธ1ที่ไดDเป\นไปในทาง





                                                             96
   96   97   98   99   100   101   102   103   104   105   106