Page 104 - Cost-Benefit Analysis of agricultural waste management methods
P. 104

ทางการเกษตรสIวนใหญIหายไปในระหวIางขั้นตอนการหมัก (Sandars et al., 2003) วัสดุเหลือใชDทาง

                   การเกษตรในป€จจุบันถือวIาเป\นทรัพยากรที่มีคIาและการใชDเพื่อเป\นปุƒยใหDดินไมIวIาจะเป\นการฝ€งกลบหรือ
                   ทำปุƒยหมักลDวนแลDวจะตDองมีการแขIงขันทางดDานราคากับความตDองการใชDในอุตสาหกรรมอื่น ๆ

                          ฟางขDาวถือวIาเป\นชีวมวลเหลือทิ้งจากการเกษตรสIวนใหญIในญี่ปุ—น เนื่องจากขDาวถือวIาเป\น
                   ผลิตผลทางการเกษตรหลักของประเทศ โดยในปT ค.ศ.1999 ฟางขDาวรDอยละ 61.5 ถูกฝ€งกลบในที่นา

                   รDอยละ 11.6 ใชDเป\นอาหารสัตว1 รDอยละ 10.1 ใชDทำเป\นปุƒยหมัก และมีเพียงแคIรDอยละ 4.6 ใชDไปเผาเป\น

                   แหลIงพลังงานความรDอน (Matsumura, Minowa, & Yamamoto, 2005)
                          ฟางขDาวที่ถูกฝ€งกลบทำหนDาที่เป\นเสมือนปุƒยและจุลินทรีย1ตามธรรมชาติและยังเป\นวิธีกำจัด

                   ชีวมวลเหลือทิ้งที่ใชDตDนทุนถูกที่สุดหากไมIคำนึงถึงการเผาทิ้งในที่โลIง ถึงแมDการฝ€งกลบจะเป\นวิธีที่งIาย
                   ประหยัดตDนทุน และเป\นประโยชน1ตIอทรัพยากรดิน แตIหลังจากฝ€งกลบจำเป\นที่จะตDองมีการเวDนระยะ

                   กIอนการเพาะปลูกครั้งตIอไปเนื่องจากฟางขDาวที่ถูกไถกลบจะผลิตกรดอินทรีย1ขณะที่ถูกยIอยสลายในดิน

                   ดังนั้น จึงจำเป\นที่จะตDองใชDเวลาใหDกระบวนการยIอยสลายแลDวเสร็จกIอน ในบางพื้นที่ที่อากาศเย็นและ
                   สIงผลใหDกระบวนการยIอยสลายเป\นไปไดDชDา ดังนั้นปริมาณฟางขDาวที่จะไถกลบจะถูกลดลงเพื่อใหDไมI

                   กระทบการเพาะปลูกครั้งตIอไป

                          นอกเหนือจากการใชDทั่วไปแลDว ชีวมวลเหลือทิ้งถูกนำไปใชDประโยชน1ทางดDานพลังงานมากมาย
                   เชIน เผาเป\นพลังงานความรDอน เผาเพื่อผลิตไฟฟ”า ทำเป\นแก สเพื่อใชDผลิตไฟฟ”า ผลิตแก สเชื้อเพลิงและ

                   เมทานอล ไพโรไลซิส ผลิตเอทานอล ผสมกับถIานหินเพื่อใหDความรDอน (co-firing) กระนั้น จากทั้งหมด
                   ที่กลIาวมา มีเพียงการนำไปเป\นพลังงานความรDอนและเป\นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ”าที่สามารถทำไดD

                   ในเชิงพาณิชย1 โดยชีวมวลเหลือทิ้งจากการปลูกขDาวทั้งฟางขDาวและแกลบ ถือวIาเป\นชีวมวลที่เหมาะสม

                   แกIการนำมาใชDเป\นเชื้อเพลิงแกIทั้งสองวิธีนี้ เมื่อพิจารณาถึงความเป\นไปไดDทางการเงินแลDว การผลิตไฟฟ”า
                   โดยใชDฟางขDาวเป\นเชื้อเพลิงมีตDนทุนที่สูงกวIาการใชDพลังงานฟอสซิล โดยเฉพาะเมื่อปริมาณชีวมวล

                   เหลือทิ้งมีไมIพอตIอกำลังการผลิตของโรงไฟฟ”า เนื่องจากตDนทุนการผลิตไฟฟ”าตIอหนIวยมีความสัมพันธ1
                   ตรงกันขDามกับกำลังการผลิตของโรงไฟฟ”า วิธีการลดตDนทุนที่สามารถเป\นไปไดDอาจเป\นการเพิ่มกำลัง

                   การผลิตไฟฟ”าโดยใชDฟางขDาวที่เก็บไวDใชDผลิตไฟฟ”าตลอดทั้งปTมาใชDในแคIบางชIวงของปTใหDหมด ซึ่งวิธีนี้

                   จะทำใหDตDนทุนการผลิตไฟฟ”าตIอหนIวยและคIาเก็บรักษาฟางขDาวลดลง โดยใชDเชื้อเพลิงอื่น ๆ แทนฟางขDาว
                   ในชIวงเวลาที่เหลือตลอดปT

                          จากขDอจำกัดในเรื่องของตDนทุนการผลิตไฟฟ”าตIอหนIวยที่สูง การนำชีวมวลเหลือทิ้งมาเผารIวมกับ

                   ถIานหินเพื่อใหDความรDอนในการผลิตไฟฟ”าเป\นวิธีหนึ่งที่สามารถลดตDนทุนตIอหนIวยไดD เนื่องจากปริมาณ
                   ชีวมวลเหลือทิ้งไมIเพียงตIอกำลังการผลิตที่สูงเพื่อลดตDนทุนตIอหนIวย กำลังติดตั้งโรงไฟฟ”าชีวมวลจึงต่ำ

                   เพื่อใหDเหมาะสมกับทรัพยากรที่มีอยูI การนำชีวมวลมาใชDรIวมกับถIานหินในโรงไฟฟ”าถIานหินที่มีกำลัง

                   ติดตั้งสูงทำใหDประสิทธิภาพสูงขึ้นเป\นอยIางมาก ยกตัวอยIางเชIน การใชDฟางขDาวเป\นเชื้อเพลิงรDอยละ 3 ใน
                   โรงไฟฟ”าถIานหินที่มีคIาประสิทธิภาพแปลงเป\นพลังงานไฟฟ”าไดDรDอยละ 40 พลังงานไฟฟ”าที่ไดDจาก

                   ฟางขDาวจะเป\นรDอยละประมาณ 40 ของคIาพลังงาน ตIางจากโรงไฟฟ”าชีวมวลขนาดเล็กที่มีคIาประสิทธิภาพ




                                                             99
   99   100   101   102   103   104   105   106   107   108   109