Page 123 - Lower Songkhram River Basin
P. 123

4-9






                        4.2.2 เขตเกษตรกรรม (B2)

                            เขตเกษตรกรรม เนื้อที่ 353,556 ไร หรือรอยละ 62.39 ของพื้นที่ศึกษา ประกอบดวย เขตยอย
                  3 เขตประกอบดวย เขตเกษตรกรรมเชิงอนุรักษนอกเขตชลประทาน เขตเพาะเลี้ยงสัตวน้ำ และเขตปศุสัตว
                  โดยมีรายละเอียดตาง ๆ ดังนี้

                            1) เขตเกษตรกรรมเชิงอนุรักษนอกเขตชลประทาน (หนวยแผนที่ B22)
                               เขตนี้กำหนดใหเปนเขตเกษตรกรรมนอกพื้นที่ชลประทาน (หนวยแผนที่ B-22) มีเนื้อที่
                  352,542 ไร หรือรอยละ 62.21 ของพื้นที่ศึกษา เปนเขตเกษตรกรรมเชิงอนุรักษรอบพื้นที่ชุมน้ำ พื้นที่
                  ในเขตนี้ มีการใชประโยชนเพื่อทำการเกษตรเปนหลัก ไดแก การทำนาขาว การปลูกไมยืนตน พืชไร ไมผล

                  และพืชผัก มีสภาพพื้นที่คอนขางราบเรียบถึงพื้นที่ลูกคลื่นลอนลาด ดินที่พบในพื้นที่ลุมสวนใหญใช
                  ทำนา ลักษณะดินเปนดินลึกปานกลางถึงลึกมาก มีการระบายน้ำเลว สวนบริเวณที่เปนที่ดอนมีสภาพ
                  พื้นที่ตั้งแตคอนขางราบเรียบถึงลูกคลื่นลอนลาด ลักษณะดินที่พบเปนดินตื้นถึงลึกมากมีการระบายน้ำ
                  ระดับดีปานกลางถึงดีเกินไป การใชประโยชนที่ดินบริเวณดังกลาวนี้สวนใหญใชเพื่อการปลูกไมยืนตน

                  เชน ยางพารา ปาลมน้ำมัน ยูคาลิปตัส เปนตน บางพื้นที่ใชในการปลูกพืชไร เชน มันสำปะหลัง
                  ออยโรงงาน ยาสูบ สับปะรด เปนตน บางพื้นที่ใชในการปลูกไมผล เชน ลิ้นจี่ มะมวง กลวย ลำไย เปนตน
                  และในพื้นที่บริเวณที่มีแหลงน้ำที่เพียงพอ เกษตรกรจะใชพื้นที่เพื่อทำไรนาสวนผสมหรือเกษตรทฤษฎีใหม
                  และจากการประเมินความเหมาะสมของดินทางกายภาพสำหรับการปลูกพืชในเขตนี้พบวาสวนใหญอยูใน

                  ระดับความเหมาะสมปานกลาง ซึ่งอาจมีขอจำกัดบางประการในการใชที่ดิน เชน ดินทรายจัด ดินตื้น
                  เปนตน แตเกษตรกรมีการจัดการพื้นที่ไดเปนอยางดี จึงไมจัดเปนพื้นที่ที่มีขอจำกัดหรือพื้นที่ดิน
                  ปญหาแตอยางใด พื้นที่เขตเกษตรกรรมเชิงอนุรักษนอกเขตชลประทานนี้ สามารถแบงพื้นที่การใชที่ดิน
                  เพื่อการผลิตตามศักยภาพและความเหมาะสมของที่ดิน ไดดังนี้

                                (1) พื้นที่ทำนา
                                   มีเนื้อที่ 229,368 ไร หรือรอยละ 40.47 ของพื้นที่ศึกษา มีสภาพพื้นที่ราบเรียบ
                  ดินที่พบเปนดินลึกปานกลางถึงลึกมาก มีการระบายน้ำเลว ดินมีความอุดมสมบูรณตามธรรมชาติระดับ
                  ปานกลางถึงสูง เขตนี้กำหนดใหเปนเขตเกษตรกรรมเพื่อการปลูกขาวโดยอาศัยน้ำฝนเปนหลัก จากการประเมิน

                  คุณภาพที่ดินในการปลูกพืช พบวาพื้นที่เขตนี้เหมาะสมปานกลางตอการทำนาป และไมเหมาะสมตอ
                  การปลูกไมยืนตน และไมผล
                                ขอเสนอแนะในการใชพื้นที่

                                - ควรปรับปรุงบำรุงดินโดยการเพิ่มอินทรียวัตถุ เชน ปุยหมัก ปุยคอก หรือปุยพืชสด
                  เพื่อชวยปรับปรุงโครงสรางของดินและเพิ่มธาตุอาหารที่เปนประโยชนสำหรับพืช รวมกับการใส
                  ปุยวิทยาศาสตรในอัตราสวนที่เหมาะสมเพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณใหแกดิน
                                - ควรมีการปรับสภาพพื้นที่ในแปลงนาขาว เพื่อควบคุมระดับการแชขังของน้ำ
                  ในระหวางการเพาะปลูกใหเหมาะสม

                                - ควรมีการขุดลอกคลองและเพิ่มทอลอดตามถนนสายหลักที่สรางขวางทางเดินน้ำ
                  เพื่อใหการระบายน้ำในพื้นที่ปลูกขาวเปนไปอยางรวดเร็ว ไมใหเกิดน้ำแชขังเปนเวลานานจนตนขาวเสียหาย
                                - พิจารณาดำเนินการพัฒนาแหลงน้ำขนาดเล็กในพื้นที่ รวมทั้งการปรับปรุงประสิทธิภาพ

                  แหลงน้ำตามธรรมชาติใหมีการกักเก็บน้ำไดดีขึ้น เพื่อใหสามารถใชประโยชนในการปลูกพืชฤดูแลงได
   118   119   120   121   122   123   124   125   126   127   128