Page 119 - Lower Songkhram River Basin
P. 119
4-5
1) เขตปาไมเพื่อการอนุรักษ มีเนื้อที่ 1,200 ไร หรือรอยละ 0.22 ของพื้นที่ศึกษา
ประกอบดวยเขตยอยตาง ๆ ดังนี้
(1) เขตคุมครองสภาพปา (หนวยแผนที่ B111) มีเนื้อที่ 210 ไร หรือรอยละ 0.04
ของพื้นที่ศึกษา พื้นที่เขตนี้อยูภายใตขอกำหนดที่ตองสงวนไวเพื่อการอนุรักษ ประกอบกับสภาพปจจุบัน
ยังคงเปนปาไมที่สมบูรณ หรือปาละเมาะบางสวน นอกจากนี้ยังรวมถึงพื้นที่สวนปาตาง ๆ ซึ่งสวนใหญ
พบในบริเวณที่มีความลาดชันสูง
ขอเสนอแนะในการใชพื้นที่
จากการที่รัฐบาลมีนโยบายที่เดนชัดในการรักษาพื้นที่ปาไม โดยเฉพาะบริเวณที่เปน
ปาสมบูรณใหคงสภาพอยูเพื่อรักษาความสมดุลในระบบนิเวศวิทยาภายในพื้นที่ ดังนั้นขอเสนอแนะ
ในการใชพื้นที่ในพื้นที่ดังกลาวจึงควรดำเนินการดังนี้
- ควบคุมมิใหมีการเปลี่ยนแปลงธรรมชาติไปใชประโยชนในรูปแบบอื่น ๆ
- ดำเนินการปองกันและปราบปรามการลักลอบตัดไมทำลายปาใหมีประสิทธิภาพ
และมีผลการปฏิบัติอยางตอเนื่อง โดยดำเนินการกับผูกระทำผิดอยางเด็ดขาด
- ถาบริเวณนี้มีการบุกรุกพื้นที่ในภายหลัง เจาหนาที่ผูรับผิดชอบในพื้นที่ควรรีบ
ดำเนินการปลูกปาทดแทนโดยเร็ว เพื่อปองกันการขยายพื้นที่ของการบุกรุกตอไป
- ควรสงเสริมใหราษฎรในพื้นที่และพื้นที่ขางเคียงเห็นคุณคาของทรัพยากรปาไม
และมีสวนรวมในการดูแลรักษาปาไมในพื้นที่และบริเวณขางเคียง
- ภายในชุมชนควรจัดตั้งกลุมชาวบานเพื่อคอยดูแลพื้นที่ปาไมในบริเวณรอบ ๆ
พื้นที่ชุมน้ำ อาจมีกำนันหรือผูใหญบานของหมูบานตาง ๆ เปนประธาน เพื่อปองกันการบุกรุกพื้นที่ปาไม
เพิ่มมากขึ้นในเบื้องตน กอนที่จะแจงใหเจาหนาที่ของรัฐทราบในภายหลัง
(2) เขตฟนฟูสภาพปาอนุรักษ (หนวยแผนที่ B112) มีเนื้อที่ 43 ไร หรือรอยละ 0.01
ของพื้นที่ศึกษา พื้นที่เขตนี้อยูภายใตขอกำหนดที่ตองสงวนพื้นที่เพื่อการอนุรักษ ในอดีตพื้นที่บริเวณนี้
เคยเปนปาไมที่สมบูรณตามธรรมชาติ ตอมามีการบุกรุกพื้นที่ โดยการตัดตนไมเพื่อใชประโยชนและนำที่ดิน
มาใชดานเกษตรกรรมในระยะเวลาหนึ่ง เมื่อดินเสื่อมสภาพลง ผลผลิตทางการเกษตรกรรมเริ่มลดลงจนไมคุม
กับการลงทุน เกษตรกรที่ครอบครองที่ดินก็ปลอยใหเปนที่รกราง แตเนื่องจากพื้นที่นี้มีลูกไมของพันธุไมดั้งเดิม
ซึ่งสามารถเจริญเติบโตและปรับสภาพไดระดับหนึ่ง ถาไมมีการรบกวนพื้นที่ดังกลาวโดยเฉพาะการใชที่ดิน
เพื่อการเกษตร สภาพปาที่เสื่อมโทรมสามารถฟนตัวขึ้นมาเปนปาไมที่สมบูรณไดอีกครั้ง
แนวทางการพัฒนา
- ใหหนวยงานที่เกี่ยวของปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2541
ใหความเห็นชอบกับ “มาตรการและแนวทางแกไขปญหาที่ดินพื้นที่ปาไมและใหดำเนินการตอไป”
โดยมุงเนนแกไขปญหาในพื้นที่ปาอนุรักษตามกฎหมาย เชน อุทยานแหงชาติ เขตรักษาพันธุสัตวปา
เขตหามลาสัตวปา และปาอนุรักษตามมติคณะรัฐมนตรี (พื้นที่ลุมน้ำชั้นที่ 1 และ ชั้นที่ 2) กำหนดให
กรมปาไมสำรวจพื้นที่ที่มีการครอบครองใหชัดเจน
- ใหหนวยงานที่เกี่ยวของปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2540
เรื่อง “แผนการจัดการทรัพยากรที่ดินและปาไมระดับพื้นที่” เพื่อใหเกิดการบริหารจัดการทรัพยากรที่ดิน

