Page 115 - Lower Songkhram River Basin
P. 115

บทที่ 4

                    แผนการใชที่ดินเพื่อบริหารจัดการพื้นที่ชุมน้ำที่มีความสำคัญระหวางประเทศ


                        ปจจุบันพื้นที่ชุมน้ำตาง ๆ ของโลก รวมทั้งพื้นที่ชุมน้ำของประเทศไทยกำลังตกอยูในภาวะถูกคุกคาม

                  จากการบุกรุกและกิจกรรมการพัฒนาในรูปแบบตาง ๆ ดานเกษตรกรรม ดานการประมง ดานอุตสาหกรรม
                  และการขยายตัวของเมือง โดยมีสาเหตุที่สำคัญ คือ ขาดขอมูลพื้นฐานและขาดการวางแผนและการบริหาร
                  จัดการพื้นที่ชุมน้ำ นโยบายและการบริหารจัดการที่แยกสวน และไมชัดเจน ขาดความตระหนักถึงคุณคา
                  และความสำคัญของพื้นที่ชุมน้ำ ชุมชนขาดโอกาสในการมีสวนรวม ในการวางแผนและจัดการพื้นที่ชุมน้ำ

                  ซึ่งพื้นที่ชุมน้ำแมน้ำสงครามตอนลางเปนพื้นที่ชุมน้ำแหงหนึ่งที่เกิดภัยคุกคามดังที่กลาวขางตน

                        ดังนั้น เพื่อใหเกิดการตระหนักในคุณคาและความสำคัญของพื้นที่ชุมน้ำที่ควรไดรับการอนุรักษไว
                  เปนมรดกทางธรรมชาติ ใหชุมชนไดใชประโยชนอยางยั่งยืนตลอดไป กลุมวางแผนบริหารจัดการพื้นที่ชุมน้ำ
                  กองนโยบายและแผนการใชที่ดิน กรมพัฒนาที่ดิน จึงไดจัดทำแผนการใชที่ดินเพื่อบริหารจัดการพื้นที่ชุมน้ำ
                  ที่มีความสำคัญระหวางประเทศแมน้ำสงครามตอนลางขึ้น


                        แผนการใชที่ดินของพื้นที่ศึกษาในพื้นที่รัศมี 5 กิโลเมตร รอบพื้นที่ชุมน้ำแมน้ำสงครามตอนลาง
                  ครอบคลุมพื้นที่ 7 อำเภอ คือ อำเภออากาศอำนวย จังหวัดสกลนคร อำเภอทาอุเทน อำเภอบานแพง
                  อำเภอศรีสงคราม อำเภอนาหวา อำเภอโพนสวรรค และอำเภอนาทม จังหวัดนครพนม คิดเปนเนื้อที่
                  566,722 ไร เปนผลที่ไดจากการศึกษาและวิเคราะหสถานภาพของทรัพยากรธรรมชาติ ไดแก ทรัพยากรดิน
                  ทรัพยากรน้ำ และทรัพยากรปาไมรวมกับการพิจารณาลักษณะการใชประโยชนที่ดิน ขอกฎหมายที่

                  เกี่ยวของกับพื้นที่ในเขตปาไมตามกฎหมาย เชน เขตรักษาพันธุสัตวปา เขตอุทยานแหงชาติ เขตปาสงวน
                  แหงชาติ และนโยบายของรัฐที่เกี่ยวของกับพื้นที่ที่มีมติคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับการใชที่ดิน มติคณะรัฐมนตรี
                  เรื่องการจำแนกการใชประโยชนที่ดินในพื้นที่ปาไมในเขตปาสงวนแหงชาติ และมติคณะรัฐมนตรีเรื่อง

                  การแกไขปญหาที่ดินในพื้นที่ปาไม ประกอบกับการพิจารณาจากทิศทางตามกรอบนโยบายที่เกี่ยวของกับ
                  การกำหนดเขตการใชที่ดินภายในพื้นที่ศึกษาในรัศมี 5 กิโลเมตร รอบพื้นที่ชุมน้ำแมน้ำสงครามตอนลาง
                  ไดแก ยุทธศาสตรของจังหวัด และแผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติรวมกับความตองการ
                  ของทองถิ่น สามารถกำหนดแนวทาง การใชที่ดินตามศักยภาพของทรัพยากร เพื่อการรักษาดุลยภาพของ

                  ลักษณะทางนิเวศวิทยาและการอนุรักษทรัพยากรธรรมชาติ โดยคำนึงถึงสภาพทางเศรษฐกิจและสังคม
                  ของชุมชนในพื้นที่

                        ในที่นี้สามารถกำหนดเขตการใชที่ดินไดเปน 2 เขตหลัก ประกอบดวย เขตพื้นที่ชุมน้ำที่มีความสำคัญ
                  ระหวางประเทศ หรือเขตพื้นที่แรมซารไซต และเขตรักษาสมดุลสภาพแวดลอมสภาพแวดลอมนอกเขต
                  แรมซารไซต โดยมีรายละเอียดของเขตตาง ๆ ดังนี้ (ตารางที่ 4-1 และรูปที่ 4-1)

                            1) เขตพื้นที่ชุมน้ำที่มีความสำคัญระหวางประเทศ หรือเขตพื้นที่แรมซารไซต เปนเขตพื้นที่เพื่อ
                  การอนุรักษทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมตามกฎหมาย และอยูภายใตเขตพื้นที่ที่กำหนดตามกฎหมาย
                  ประกอบดวยเขตคุมครองสภาพปา เขตฟนฟูสภาพปาอนุรักษ เขตบำรุงรักษาสภาพปา เขตฟนฟูสภาพปา

                  เพื่อเศรษฐกิจ เขตรักษาสมดุลสภาพแวดลอมในเขตแรมซารไซต เขตคงสภาพพื้นที่ชุมน้ำในเขตปา
                  ตามกฎหมาย และเขตคงสภาพพื้นที่ชุมน้ำนอกเขตปาตามกฎหมาย
   110   111   112   113   114   115   116   117   118   119   120