Page 118 - Lower Songkhram River Basin
P. 118

4-4






                                2) ควรสงเสริมใหราษฎรในพื้นที่และพื้นที่ขางเคียงเห็นคุณคาของพื้นที่ชุมน้ำและ

                  มีสวนรวมในการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ อนุรักษพันธุปลา และนกน้ำใกลสูญพันธุในพื้นที่ชุมน้ำ
                  ดังกลาว โดยใหความรูแกสาธารณชนอยางตอเนื่องเกี่ยวกับความสำคัญของระบบนิเวศพื้นที่ชุมน้ำเพื่อใหมี
                  การอนุรักษและใชประโยชนพื้นที่ชุมน้ำแหงนี้อยางยั่งยืน โดยควรมีแผนงานในการรณรงคเผยแพรความรู

                  เกี่ยวกับพื้นที่ชุมน้ำระหวางประเทศ ประชาสัมพันธ และใหการศึกษา มีการสนับสนุนการศึกษาวิจัย
                  ระบบนิเวศพื้นที่ชุมน้ำแบบบูรณาการอยางตอเนื่อง เพื่อเปนฐานขอมูลสำหรับการบริหารจัดการพื้นที่
                  ใหมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
                                3) ควรกำหนดมาตรการในการใชประโยชนจากพื้นที่ชุมน้ำรวมกันระหวางองคกร

                  ของราษฎรในพื้นที่รวมกับเจาหนาที่ของรัฐที่รับผิดชอบและเสริมความรูใหกับราษฎรในพื้นที่ใหเห็น
                  ความสำคัญของพื้นที่ชุมน้ำ
                                4) เสริมสรางสมรรถนะและเพิ่มกำลังบุคลากร ทั้งดานการบริหารจัดการ และการบริการ
                  ตลอดจนการปลูกฝงจิตสำนึกที่ดีดานอนุรักษทรัพยากรธรรมชาติเพื่อใหมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

                                5) ควรมีการกำจัดและควบคุมชนิดพันธุตางถิ่นที่รุกราน เพื่อปองกันการแพรกระจาย
                  ของชนิดสายพันธุตางถิ่น โดยมีการสำรวจ ศึกษาผลกระทบ สงเสริมใหมีการกำจัดโดยการนำมาใช
                  ประโยชน เชน ทำอาหาร ทำปุยหมัก และผลิตแกสชีวภาพ พรอมทั้งจัดฝกอบรม ใหความรู และแนะนำ
                  วิธีการปฏิบัติที่เหมาะสมในการปองกันควบคุม และกำจัดชนิดพันธุตางถิ่นที่รุกราน แกบุคลากรและ

                  สาธารณชน
                                6) สรางเครือขายการประสานงานอยางเปนระบบ โดยใหมีการประสานงานระหวาง
                  สวนราชการ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษาอยางมีระบบเพื่อการอนุรักษพื้นที่ชุมน้ำอยางมีประสิทธิภาพ
                  โดยจัดตั้งคณะกรรมการระดับทองถิ่นดูแลการดำเนินงานเกี่ยวกับพื้นที่ชุมน้ำดังกลาว

                                7) ควรสงเสริมและพัฒนากิจกรรมการทองเที่ยวเชิงนิเวศ เพื่อเสริมสรางคุณคา และ
                  รักษาความงดงามของพื้นที่ชุมน้ำใหสอดคลองกับแนวทางของแรมซาร
                                8) องคการบริหารสวนจังหวัด และองคการบริหารสวนตำบล มีการจัดการควบคุมการทิ้ง
                  และกำจัดสิ่งปฏิกูล ขยะมูลฝอย และน้ำเสียจากชุมชน ใหเปนระบบและมีประสิทธิภาพ และสงเสริม
                  ประชาสัมพันธและสรางความตระหนักใหชุมชนและนักทองเที่ยวหามทิ้งขยะและสิ่งปฏิกูลลงสูแหลงน้ำ


                  4.2  เขตรักษาสมดุลสภาพแวดลอมนอกเขตแรมซารไซต
                        มีเนื้อที่ 532,341 ไร หรือรอยละ 93.93 ของพื้นที่ศึกษา พื้นที่เขตนี้อยูนอกเขตที่มีการประกาศ
                  เปนพื้นที่ชุมน้ำที่มีความสำคัญระหวางประเทศ เปนพื้นที่ที่อยูในรัศมี 5 กิโลเมตร รอบพื้นที่ชุมน้ำแมน้ำ

                  สงครามตอนลางที่คณะทำงานตองการศึกษา ประกอบดวย เขตคุมครองสภาพปา เขตฟนฟูสภาพปาอนุรักษ
                  เขตฟนฟูทรัพยากรธรรมชาติภายใตเงื่อนไขในเขตปาไมเพื่อการอนุรักษ เขตบำรุงรักษาสภาพปา
                  เพื่อเศรษฐกิจ เขตฟนฟูทรัพยากรธรรมชาติภายใตเงื่อนไขในเขตปาไมเพื่อเศรษฐกิจ เขตเกษตรกรรม

                  เชิงอนุรักษนอกเขตชลประทาน เขตเพาะเลี้ยงสัตวน้ำ เขตปศุสัตว เขตชุมชนและสิ่งปลูกสราง และพื้นที่
                  แหลงน้ำ โดยมีรายละเอียดดังนี้

                        4.2.1 เขตปาไมตามกฎหมาย เนื้อที่ 2,806 ไร หรือรอยละ 0.50 ของพื้นที่ศึกษา โดยมี
                  รายละเอียด ดังนี้
   113   114   115   116   117   118   119   120   121   122   123