Page 121 - Lower Songkhram River Basin
P. 121
4-7
- ควรจัดทำแนวกันไฟเพื่อปองกันไฟปาที่อาจเกิดขึ้นไดจากธรรมชาติหรือกิจกรรม
จากมนุษย เพื่อใหปาไมมีการฟนตัวตามธรรมชาติที่สมบูรณ
- ควรจัดการอบรมแนะนำใหราษฎรในพื้นที่ขางเคียงไดเห็นถึงคุณคาของทรัพยากร
ปาไมและการมีสวนรวมในการดูแลรักษาพื้นที่ปาไม
2) เขตปาไมเพื่อเศรษฐกิจ(หนวยแผนที่ B12) มีเนื้อที่ 1,606 ไร หรือรอยละ 0.28
ของพื้นที่ศึกษา มีรายละเอียดดังนี้
(1) เขตบำรุงรักษาสภาพปา (หนวยแผนที่ B121)
มีเนื้อที่ 69 ไร หรือรอยละ 0.01 ของพื้นที่ศึกษา พื้นที่เขตนี้อยูภายใตขอกำหนด
ที่ตองสงวนไวเพื่อการอนุรักษ ซึ่งเปนพื้นที่ปาสงวนโซน E ประกอบกับสภาพปจจุบันยังคงเปนปาไม
ที่สมบูรณ หรือปาละเมาะบางสวน นอกจากนี้ยังรวมถึงพื้นที่สวนปาตาง ๆ ซึ่งสวนใหญพบในบริเวณ
ที่มีความลาดชันสูง
ขอเสนอแนะในการใชพื้นที่
จากการที่รัฐบาลมีนโยบายที่เดนชัดในการรักษาพื้นที่ปาไมตามกฎหมาย โดยเฉพาะ
บริเวณที่เปนปาสมบูรณใหคงสภาพอยูเพื่อรักษาความสมดุลในระบบนิเวศวิทยาภายในพื้นที่
ดังนั้นขอเสนอแนะในการใชพื้นที่ดังกลาวจึงควรดำเนินการดังนี้
- ควบคุมมิใหมีการเปลี่ยนแปลงธรรมชาติไปใชประโยชนในรูปแบบอื่น ๆ
- ดำเนินการปองกันและปราบปรามการลักลอบตัดไมทำลายปาใหมีประสิทธิภาพ
และมีผลการปฏิบัติอยางตอเนื่อง โดยดำเนินการกับผูกระทำผิดอยางเด็ดขาด
- ถาบริเวณนี้มีการบุกรุกพื้นที่ในภายหลัง เจาหนาที่ผูรับผิดชอบในพื้นที่ควรรีบ
ดำเนินการปลูกปาทดแทนโดยเร็ว เพื่อปองกันการขยายพื้นที่ของการบุกรุกตอไป
- ควรสงเสริมใหราษฎรในพื้นที่และพื้นที่ขางเคียงเห็นคุณคาของทรัพยากรปาไม
และมีสวนรวมในการดูแลรักษาปาไมในพื้นที่และบริเวณขางเคียง
- ภายในชุมชนควรจัดตั้งกลุมชาวบานเพื่อคอยดูแลพื้นที่ปาไมเพื่อเศรษฐกิจชุมชน
โดยอาจมีกำนันหรือผูใหญบานของหมูบานตาง ๆ เปนประธาน เพื่อปองกันการบุกรุกพื้นที่ปาไมเพิ่มมากขึ้น
ในเบื้องตน กอนที่จะแจงใหเจาหนาที่ของรัฐทราบในภายหลัง
(2) เขตฟนฟูสภาพปาเพื่อเศรษฐกิจ (หนวยแผนที่ B122)
มีเนื้อที่ 338 ไร หรือรอยละ 0.06 ของพื้นที่ศึกษา เขตนี้อยูนอกเขตแรมซารไซต
แตอยูในเขตปาตามกฎหมาย พื้นที่เขตนี้อยูภายใตขอกำหนดที่ตองสงวนพื้นที่เพื่อการอนุรักษปาไม
ในเขตพื้นที่ปาไมเพื่อการใชประโยชน ดานเศรษฐกิจ ในอดีตพื้นที่บริเวณนี้เคยเปนปาไมที่สมบูรณ
ตามธรรมชาติ ตอมามีการบุกรุกที่ดิน มีการตัดตนไมเพื่อใชประโยชนและนำที่ดินมาใชดานเกษตรกรรม
แตเนื่องจากขอจำกัดของลักษณะทางกายภาพของดิน และสภาพภูมิประเทศในเขตนี้ไมเหมาะสม
สำหรับการเกษตร ทั้งนี้เนื่องจากดินที่พบสวนใหญเปนดินตื้นหรือสภาพพื้นที่มีความลาดชันเกินกวา 35
เปอรเซ็นต เมื่อดินเสื่อมโทรมลง ผลผลิตทางการเกษตรกรรมเริ่มลดลงจนไมคุมกับการลงทุน เกษตรกร
ที่ครอบครองที่ดินก็ปลอยใหเปนที่รกรางวางเปลา และเนื่องจากพื้นที่บริเวณนี้มีลูกไมของพรรณไม
ดั้งเดิม ซึ่งสามารถเจริญเติบโตและปรับสภาพไดระดับหนึ่ง ถาไมมีกิจกรรมที่จะรบกวนพื้นที่ โดยเฉพาะ
อยางยิ่งการใชที่ดินดังกลาวเพื่อการเกษตรกรรม สภาพปาที่เสื่อมโทรมจะสามารถฟนตัวขึ้นมาเปน

