Page 60 - เขตการใช้ที่ดินพืชเศรษฐกิจข้าวนาปรัง
P. 60

2-44





                  ส่ง Mr. PM10ลาดตระเวนพื้นที่สุ่มตรวจแบบ Spot Check ตรวจจับรถใช้งานที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย

                  ซ่อมบ ารุง ดูแลและท าความสะอาดถนนที่เป็นเส้นทางจราจรเพื่อลดปริมาณการฟุ้งกระจายของฝุ่นละออง
                          (4) พื นที่ต้าบลมาบตาพุด จังหวัดระยอง สารอินทรีย์ระเหยง่าย ประเภทสารเบนซีน และ
                  สาร 1,3 บิวทาไดอีน มีปริมาณเพิ่มขึ้น ส่วนสาร 1,2 ไดคลอโรอีเทน ลดลงจากปีที่ผ่านมา มีการแก้ไข

                  ปัญหาโดยวิเคราะห์ข้อมูลผลการตรวจวัดสารอินทรีย์ระเหยง่าย และกิจกรรมที่ไม่ใช่การผลิตปกติเพื่อหา
                  สาเหตุและควบคุมการระบายสารดังกล่าว การเตรียมความพร้อมโรงงานอุตสาหกรรม และหน่วยงานที่
                  เกี่ยวข้องในการเตรียมการปฏิบัติตามข้อก าหนดใหม่ เรื่อง มาตรฐานควบคุมการปล่อยทิ้งอากาศเสียจาก
                  โรงกลั่นน้ ามันปิโตรเลียมส าหรับการควบคุมการระบายสารเบนซีนในรูปแบบการเฝ้าระวังบริเวณริมรั้ว
                  และการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด มีการขับเคลื่อนการด าเนินงานผ่านคณะกรรมการชุดต่าง ๆ ใน

                  พื้นที่ จ.ระยอง เพื่อเป็นกลไกในการแก้ไขปัญหา
                      2.7.4 ขยะมูลฝอย มีการผลิตประมาณ 27.35 ล้านตัน (ลดลงจากปี 2562 ร้อยละ 4) โดยขยะ
                  มูลฝอยจะถูกคัดแยก ณ ต้นทาง และน ากลับไปใช้ประโยชน์ จ านวน 11.93 ล้านตัน (ลดลงจากปี 2562

                  ร้อยละ 5) ก าจัดอย่างถูกต้อง 11.19 ล้านตัน (เพิ่มขึ้นจากปี 2562 ร้อยละ14) และก าจัดไม่ถูกต้อง
                  ประมาณ 4.23 ล้านตัน (ลดลงจากปี 2562 ร้อยละ 34) จังหวัดที่มีการจัดการขยะเหมาะสม และได้ชื่อว่า
                  “จังหวัดสะอาด” 5 อันดับแรก ส าหรับปี 2563 ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ภูเก็ต ล าพูน ระยอง และ
                  นนทบุรี ตามล าดับ ทั้งนี้ สาเหตุประการหนึ่งที่ท าให้ปริมาณขยะมูลฝอยลดลง เป็นผลจากสถานการณ์

                  การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โดยในช่วงตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 2563 ถึงวันที่ 31
                  พฤษภาคม 2563 พบว่าองค์กรปกครองท้องถิ่นบางแห่ง และพื้นที่กรุงเทพมหานครบางเขต มีปริมาณ
                  ขยะมูลฝอยชุมชนลดลง ผลสืบเนื่องจากมาตรการควบคุมการเดินทางของนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ
                  มาประเทศไทย และการก าหนดให้ปฏิบัติงานจากบ้าน (Work From Home: WFH) ท าให้ปริมาณ

                  พลาสติกใช้ครั้งเดียว (Single Use Plastic) เพิ่มขึ้นมาก โดยเฉพาะในเขตเมืองที่มีการใช้บริการสั่งซื้อ
                  สินค้าและอาหารผ่านระบบออนไลน์เพิ่มขึ้น ส าหรับพื้นที่ 76 จังหวัด เมื่อรวบรวมปริมาณขยะมูลฝอย
                  เปรียบเทียบในสถานการณ์ก่อนช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 (ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2562–
                  มีนาคม 2563) มีปริมาณเฉลี่ย 68,000 ตัน/วัน ช่วงที่มีการ WFH (เดือนเมษายน 2563) เฉลี่ย 63,000

                  ตัน/วัน ช่วงหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดฯ ระลอกแรก (เดือนพฤษภาคม-พฤศจิกายน 2563) เฉลี่ย
                  63,000 ตัน/วัน และช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดฯ ระลอกใหม่ (เดือนธันวาคม 2563-มกราคม
                  2564) เฉลี่ย 58,000 ตัน/วัน ส าหรับพื้นที่กรุงเทพมหานคร พบว่ามีแนวโน้มลดลง ตั้งแต่ก่อนช่วง

                  สถานการณ์การแพร่ระบาดฯ (ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2562–มีนาคม 2563) เฉลี่ย 326 ตัน/วัน ช่วง WFH
                  (เดือนเมษายน 2563) เฉลี่ย 312 ตัน/วัน ช่วงหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดฯ ระลอกแรก (เดือน
                  พฤษภาคม–พฤศจิกายน 2563) เฉลี่ย 293 ตัน/วัน และช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดฯ ระลอกใหม่
                  (เดือนธันวาคม 2563–มกราคม 2564) เฉลี่ย 271 ตัน/วัน ซึ่งพบว่าแนวโน้มปริมาณขยะมูลฝอยทั้ง
                  76 จังหวัด ลดลง

                          นอกจากนี้ ในปี 2563 พบว่ามีปริมาณขยะพลาสติกเกิดขึ้นในช่วงสถานการณ์การแพร่
                  ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 ประมาณ 6,300 ตัน/วัน (เพิ่มขึ้นประมาณ ร้อยละ 15) จากในช่วง
                  สถานการณ์ปกติมีขยะพลาสติกประมาณ 5,500 ตัน/วัน โดยที่ผ่านมามีการด าเนินโครงการ

                  “Everyday Say No To Plastic Bags” ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 การประกาศมาตรการงดให้
   55   56   57   58   59   60   61   62   63   64   65