Page 75 - Cost-Benefit Analysis of agricultural waste management methods
P. 75

นั่นคือ วิธีการเผาทำลายวัสดุเหลือใชDทางการเกษตร ซึ่งสรDางผลกระทบทั้งทางกายภาพที่มีตIอดิน และสรDาง

               ผลกระทบดDานสิ่งแวดลDอมอีกดDวย
                       สำหรับในสIวนของประเทศไทยนั้น รูปแบบการจัดการเศษวัสดุเหลือใชDทางการเกษตร โดยเฉพาะพืช

               เศรษฐกิจ สIวนใหญIอยูIในรูปแบบ (1) การเผาในที่โลIง (Open burning) (2) การไถกลบ (Plowing) (3) ปุƒย

               หมัก (Compost) และ (4) ชีวมวล (Bio-mass) โดยวิธีการที่ (2) (3) และ (4) เป\นวิธีการที่รัฐบาลสIงเสริมเพื่อ
               แกDไขป€ญหาสิ่งแวดลDอมที่เกิดจากวิธีการจัดการแบบการเผาในที่โลIง (กระทรวงเกษตรและสหกรณ1, 2563)

                       ในป€จจุบันการเผาวัสดุเหลือใชDทางการเกษตรในพื้นที่โลIง (Open burning) ยังคงเป\นป€ญหาตIอเนื่อง
               ยาวนาน และเกิดขึ้นซ้ำซากที่ยังหาแนวทางการจัดการใหDหมดไปไดDยาก โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือ 14  จังหวัด

               ในชIวงหนDาแลDง ตั้งแตIเดือนมกราคม - เมษายนของทุกปT มักพบการเพิ่มสูงขึ้นของฝุ—นละอองในพื้นที่ภาคเหนือ

               ของประเทศไทย เนื่องจากความแหDงแลDง ประกอบกับเกษตรกรจะทำการเผาเศษวัสดุเพื่อเตรียมพื้นที่
               เพาะปลูก สภาวะอากาศที่แหDงและนิ่ง ภูมิประเทศบางแหIงเป\นแอIงกระทะ ทำใหDฝุ—นละอองไมIแพรIกระจาย

               และแขวนลอยอยูIในชั้นบรรยากาศไดDนาน จากขDอมูลการใชDประโยชน1ที่ดินใน 14  จังหวัดภาคเหนือ ปT 2561
               พบพื้นที่ปลูกขDาวและขDาวโพดคิดเป\นรDอยละ 38 และรDอยละ 34  ของพื้นที่การเกษตรในภาคเหนือตามลำดับ

               ซึ่งเกษตรกรจะเผาเพื่อเตรียมพื้นที่เพาะปลูกและกำจัดเศษวัสดุเชIนเดียวกับการเกษตรในพื้นที่ป—า นอกจากนี้

               จากขDอมูลสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค1การมหาชน) ที่ไดDมีการติดตามตรวจสอบ
               สถานการณ1ไฟป—าในพื้นที่ประเทศไทยจากดาวเทียม TERRA และ AQUA ระบบ MODIS ระหวIางวันที่ 1

               มกราคม - 31   พฤษภาคม 2561 พบวIา มีจุดความรDอนสะสม (Hotspot) จำนวน 14,565 จุด โดยสIวนใหญI

               เกิดจุดความรDอนสะสมในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 5,085 จุด และพบสูงสุดในเดือนมีนาคม โดย
               เมื่อวิเคราะห1แยกตามการใชDประโยชน1ที่ดิน พบจุดความรDอนสะสมสูงสุดในพื้นที่เกษตร รDอยละ 50  รองลงมา

               เป\นพื้นที่ สปก.รDอยละ 19  พื้นที่ชุมชน รDอยละ 11  พื้นที่ป—าสงวนแหIงชาติรDอยละ 10  พื้นที่ป—าอนุรักษ1รDอยละ
               8  และพื้นที่ริมทางหลวง (50 เมตร) รDอยละ 2  ตามลำดับ (Gistda, 2563)

                       อยIางไรก็ตาม การจัดการวัสดุเหลือใชDทางการเกษตรของไทยในชIวงเวลาที่ผIานมาสามารถจำแนก

               ออกเป\น 2 กลุIมหลัก ๆ ไดDแกI การพยายามหาวิธีการจัดการวัสดุเหลือใชDทางการเกษตรเพื่อหลีกเลี่ยงการกำจัด
               อยIางผิดวิธี และผลกระทบจากการกำจัดวัสดุเหลือใชDอยIางไมIเหมาะสม


               4.3.1  การใช4ประโยชนHจากวัสดุเหลือใช4ทางการเกษตร

                       ในชIวงทศวรรษที่ผIานมา การพัฒนาแนวทางในการจัดการวัสดุเหลือใชDทางการเกษตรเพื่อเป\นพลังงาน

               ไดDรับความสนใจเป\นอยIางมาก เนื่องจากการนำวัสดุเหลือใชDทางการเกษตรไปแปรรูปเพื่อเป\นพลังงานทดแทน

               (Alternative energy) นั้นไมIเพียงแตIเป\นการนำวัสดุเหลือใชDทางการเกษตรมาใชDประโยชน1แตIยังนำมาซึ่ง
               ผลประโยชน1ทางเศรษฐกิจอีกดDวย ในประเทศสหราชอาณาจักร มีการจัดทำแผนที่พื้นที่ฟาร1มเลี้ยงสัตว1 เพื่อ

               ประเมินศักยภาพในการนำมูลสัตว1มาผลิตเป\นพลังงานชีวภาพ โดยใชDระบบบำบัดโดยไมIใชDอากาศ

               (Centralized anaerobic digestion: AD) และวิธีการเผาไหมDโดยตรง (Dagnall et al.,2000) นอกจากนี้
               หลายประเทศในทวีปยุโรปมีการนำฟางขDาวสาลีและฝ€กขDาวโพดไปใชDเป\นวัตถุดิบ (Feedstock) เพื่อผลิต


                                                           71
   70   71   72   73   74   75   76   77   78   79   80