Page 27 - การเพิ่มขึ้นของการใช้ที่ดินปลูกทุเรียนและการบริหารจัดการพื้นที่ปลูกทุเรียน
P. 27
20
หรือพัฒนาพื้นที่สำหรับปลูกหญWาหรือพัฒนาเป5นทุDงหญWาเลี้ยงสัตว[ นับวDาเหมาะสมกับการพัฒนาเป5นดิน
ทรายมาก การปลูกขWาวถWาจะใหWไดWผลดีควรมีการปรับปรุงความอุดมสมบูรณ[ดิน โดยการใชWปุยอินทรีย[
2-3 ตันตDอไรD รDวมกับใสDปุยเคมีสูตรสมบูรณ[ (16-16-16) ประมาณ 20-30 กิโลกรัมตDอไรD การใชWปุยเคมี
โดยเฉพาะปุยไนโตรเจนในดินทรายควรพิจารณาแบDงใสDหลายๆ ครั้ง หรือใชWปุยละลายออกมาใชWประโยชน[
ไดWชWา และเพิ่มอินทรียวัตถุเชDน ปุยหมัก ปุยคอก ปุยพืชสดและใชWเศษวัสดุพืชคลุมดินหรือปลูกพืชคลุมดิน
เชDน ปอเทือง ถั่วตDาง ๆ เพื่อดูดยึดธาตุอาหารไวWไมDใหWถูกชะลWางไดWงDาย เป5นการเพิ่มความสามารถในการอุWม
น้ำของดินดWวย
2) ดินเค็ม หมายถึงดินที่มีปริมาณเกลือที่ละลายน้ำไดWอยูDสูงมากพอที่จะเป5นอันตรายตDอพืช
เศรษฐกิจที่ปลูก เมื่อวัดคDาการนำไฟฟาของสารละลายดินที่อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส จะมีคDามากกวDา 2
เดซิซีเมนส[ตDอเมตร ซึ่งจะมีผลตDอพืชเศรษฐกิจทั่วไป ทำใหWผลผลิตลดลง ความเค็มของดินทำใหWเกิดความ
ไมDสมดุลของธาตุอาหารและขาดน้ำ สDงผลกระทบตDอการเจริญเติบโตและใหWผลผลิตของพืช ถWาดินมีเกลือ
ปนอยูDสูงทำใหWเกิดอาการเหี่ยวเฉาถาวร ใบไหมWและตายในที่สุด ปลูกพืชไมDไดWหรือใหWผลผลิตต่ำ ไมDคุWมคDา
การลงทุน การใชWประโยชน[พื้นที่ดินเค็มและการปรับปรุงทำไดWโดยการใชWพันธุ[พืชทนเค็ม เชDนขWาวพันธุ[
กข.1 กข.5 ขาวหWารWอย ถั่วฝกยาว บวบ กะหล่ำดอก ผักโขม ผักกาด กะหล่ำปลี ผักกาดหัว กระถินณรงค[
ละมุด มะขาม ฝรั่ง สน กระถินออสเตรเลีย สะเดา สมอ เป5นตWน หรือใชWวัสดุปรับปรุงดิน เชDน ยิปซั่ม
แกลบ การใชWปุยอินทรีย[เชDน ปุยหมัก ปุยพืชสด (โสนอัฟริกัน โสนอินเดีย โสนนา โสนคางคก) ปลูกปาโดย
ใชWไมWรากลึกทนเค็มเพื่อลดระดับน้ำใตWดิน หรือทำคันคูเบนทิศทางการไหลของน้ำเค็มไมDใหWไหลเขWาสูD
พื้นที่เกษตร
3) ดินตื้น หมายถึงดินที่พบชั้นกรวด ชั้นลูกรัง ชั้นเศษหิน หรือชั้นหินพื้นมากกวDารWอยละ 35
โดยปริมาตรในระดับตื้นกวDา 50 เซนติเมตรจากผิวดิน โดยมีผลตDอการเจริญเติบโตและมีผลกระทบตDอ
ผลผลิตของพืช เนื่องจากมีปริมาณเนื้อดินนWอยทำใหWมีการดูดซับน้ำแรDธาตุอาหารพืชและการอุWมน้ำไดWนWอย
เมื่อฝนทิ้งชDวงดินจะแหWงเร็ว พืชที่ปลูกจะเจริญเติบโตชWาและใหWผลผลิตต่ำ และหากพบชั้นกWอนกรวดที่ตื้น
มากก็จะทำใหWเป5นอุปสรรคตDอการชอนไชของรากพืช ยากตDอการทำการเขตกรรม ไมDวDาจะเป5นการใชW
เครื่องจักรกล การใชWแรงงานจากคนหรือสัตว[ นอกจากนี้หากมีการใชWที่ดินไมDระมัดระวัง จะเรDงใหWเกิดการ
สูญเสียหนWาดินมาก ทำใหWชิ้นสDวนที่เป5นของแข็งนั้นอยูใกลWผิวดินหรืออยูDบนผิวดิน ยิ่งทำใหWยากตDอการเขต
กรรมตามไปดWวย เป5นดินที่มีศักยภาพทางการเกษตรต่ำ บางแหDงมีหินโผลDบนผิวดิน สามารถแยกออกเป5น
(1) ดินตื้นถึงชั้นหินพื้น เป5นดินตื้นพบตามพื้นที่ลูกคลื่นจนถึงเนินเขา ดินลDางกDอนระดับ
ความลึก 50 เซนติเมตรพบชั้นหินพื้นทั้งที่กำลังสลายตัวอยูDหรือยังเป5นชั้นหินแข็ง รากพืชไมDสามารถลงไป
ไดW บางแหDงมีกWอนหินและหินพื้นโผลDกระจายทั่วไปตามผิวหนWาดิน
(2) ดินตื้นถึงชั้นเศษหิน กรวด เป5นดินตื้นพบตามพื้นที่ลูกคลื่นจนถึงเนินเขา ดินลDางที่ระดับ
ความลึกประมาณ 30-50 เซนติเมตร พบกรวดที่มีลักษณะกลมมนหรือเศษหินแตกขนาดตDาง ๆ ปะปนอยูD
ในเนื้อดิน หลังจากนั้นอาจพบชั้นหินพื้นภายในความลึก 100 เซนติเมตร

