Page 75 - รายงานสำรวจทะเบียนรายชื่อพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับท้องถิ่น จังหวัดปทุมธานี
P. 75

5-11





                  ขัง เพื่อใชในการชลประทานสำหรับพื้นที่เกษตรกรรม เพื่อใชในกิจการประปา สำหรับการอุปโภคบริโภค

                                                                                                      ้
                  น้ำสะอาดของประชาชนที่อาศัยอยูในเมืองและเขตชุมชนใหญๆ ตัวอยางโครงการขุดคลองรังสิตเกิดขน
                                                                                                      ึ
                                                                      ่
                                                                                           
                  ในสมัยรัชกาลที 5 การขุดคลองตามโครงการรังสิตนับเปนจุดเริมตนของการพัฒนางานดานชลประทาน
                               ่
                  ของประเทศไทย โดยเฉพาะการชลประทานเพื่อการเกษตรกรรม การขุดคลองรังสิตและคลองแยกตาง
                                                                                                  ื้
                                                                                                     ี่
                  ๆ ระหวาง พ.ศ. 2433 - พ.ศ. 2448 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัว ทำใหพนทรก
                  รางบริเวณทุงหลวงเปลี่ยนเปนแหลงเกษตรกรรมขนาดใหญที่มีขาวเปนผลผลิตหลัก คลองรังสิตซึ่งเปน
                  คลองสายหลักจึงเปรียบเสมอนเสนเลือดใหญที่หลอเลี้ยงชีวิตคนรังสิต เปนทั้งแหลงน้ำสำหรับเพาะปลูก
                                         ื
                  เสนทางคมนาคมทางน้ำ ตลอดจนใชในการอุปโภคและบริโภค แมการพัฒนาอุตสาหกรรมไดทำใหคลอง
                  รังสิตลดความสำคัญในฐานะคลองสงน้ำเพื่อการเกษตรกรรมลง เปนเพียงคลองชลประทานสำหรับ
                  ระบายน้ำดวย




















                  รูปที่ 5-4  คลองรังสิต

                  5.4  มาตรการ กฎหมาย นโยบาย

                                                       ี
                                                                                                  ั
                       การปองกันและคุมครองพื้นที่ชุมน้ำ มนโยบายและกฏหมาย ที่ใชเปนเครื่องมอในการปองกนและ
                                                                                      ื
                                                                                             
                  คุมครองพื้นที่ชุมน้ำของประเทศไทยหรือระดับทองถิ่น เพื่อตอบสนองตอการอนุรักษ และการใช
                  ประโยชนอยางยั่งยืน ไดแก  
                                            ั
                                                     
                       5.4.1 นโยบายและอนุสญญาระหวางประเทศ
                                                                                                     ั
                       1) อนุสัญญาแรมซาร (Ramsar Convention) หรืออนุสัญญาวาดวยพื้นที่ชุมน้ำที่มีความสำคญ
                  ระหวางประเทศ เปนขอตกลงระหวางรัฐบาล ซึ่งกำหนดกรอบการทำงานสำหรับความรวมมือระหวาง
                                                                                   ื่
                  ประเทศเพอการอนุรักษแหลงทอยูอาศยทเปนพื้นที่ชุมน้ำ โดยมีวัตถุประสงคเพอการอนุรักษและการใช
                                                                                              
                           ื่
                                                  ั
                                                    ี่
                                            ี่
                  ประโยชนพื้นที่ชุมน้ำอันเปนการอนุรักษถิ่นที่อยูอาศัยของนกน้ำ
                       2) อนุสัญญาวาดวยความหลากหลายทางชีวภาพ  (Convention on Biological Diversity :-CBD)
                                              ้
                  ความหลากหลายทางชีวภาพในที่นีมความครอบคลุมมากกวาความหลากหลายของชนิดพันธุ (taxonomic
                                               ี
                  diversity) โดยรวมถึงความหลากหลายทางพันธุกรรม (genetic diversity) และความหลากหลายทางระบบ
                  นิเวศ (ecological diversity)
                       3) โครงการมนุษยและชีวมณฑล (Man and the Biosphere (MAB) Programme) ขององคการ
                                                                                                    
                  ยูเนสโก (UNESCO) ไดริเริ่มโครงการเขตสงวนชีวมณฑล มาตั้งแตป พ.ศ. 2513 โดยมีลักษณะแบบ
   70   71   72   73   74   75   76   77   78   79   80