Page 71 - เขตการใช้ที่ดินพืชเศรษฐกิจกล้วยหอม
P. 71
2-57
ตารางที่ 2-1 โครงการชลประทานประเภทต่างๆ ตั้งแต่ต้นจนถึงสิ้นปีงบประมาณ 2554
จํานวน ปริมาตรนํ้า พื้นที่ พื้นที่
รายการ โครงการ เก็บกัก ชลประทาน รับประโยชน์
3
(แห่ง) (ล้าน ม. ) (ไร่) (ไร่)
1. โครงการชลประทานขนาดใหญ่ 93 70,013.160 18,030,528 -
2. โครงการชลประทานขนาดกลาง 746 3,857.345 6,278,364 -
3. โครงการชลประทานขนาดเล็ก 13,339 1,754.980 975,043 10,231,382
4. โครงการสูบนํ้าด้วยไฟฟ้า 2,427 - 4,260,457 478,195
5. โครงการแก้มลิง 164 377.453 58,900 907,064
รวมทั้งสิ้น 16,769 76,002.938 29,603,292 11,616,641
ที่มา : กรมชลประทาน (2554)
2.5 การใช้ประโยชน์ที่ดิน
กล้วยหอมเป็นพืชที่ชอบอากาศร้อนชื้นซึ่งเหมาะกับการปลูกในประเทศไทย โดยมีหลายสายพันธุ์
เช่น กล้วยหอมจันทร์ กล้วยหอมทอง กล้วยหอมเขียว และกล้วยหอมเขียวค่อม เป็นต้น พันธุ์ที่นิยมปลูก
เพื่อการค้ามากที่สุด คือ พันธุ์กล้วยหอมทอง
สําหรับตลาดภายในประเทศ เกษตรกรคาดหวังจะเก็บเกี่ยวผลผลิตในช่วงสารทไทย ไหว้พระจันทร์
และกินเจ เนื่องจากมีราคาสูงกว่าปกติ โดยเริ่มปลูกตั้งแต่เดือนกันยายนถึงพฤศจิกายน ส่วนการเก็บเกี่ยว
สามารถเก็บได้ตลอดทั้งปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความต้องการผลผลิตของตลาดคู่ค้า ตลาดที่สําคัญ ได้แก่
ประเทศญี่ปุ่น สาธารณรัฐประชาชนจีน และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เป็นต้น ส่วนใหญ่
เป็นลักษณะการรวมกลุ่มผลิต เช่น สหกรณ์การเกษตรท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการจัดการ
การผลิตเพื่อให้ได้ทั้งปริมาณและคุณภาพตามมาตรฐานเพื่อการส่งออก
จากการศึกษาสภาพการใช้ที่ดินปี 2555 ของสํานักสํารวจดินและวางแผนการใช้ที่ดิน กรมพัฒนาที่ดิน
พบว่า มีเนื้อที่เพาะปลูกกล้วยหอมทั้งประเทศ 63,578 ไร่ หรือร้อยละ 0.04 ของพื้นที่ที่ใช้ทําการเกษตร
มีรายละเอียด ดังนี้ (ตารางที่ 2-2)
- ภาคเหนือมีเนื้อที่ 704 ไร่ หรือร้อยละ 1.11 ของเนื้อที่ปลูกกล้วยหอมทั้งประเทศ โดยมีพื้นที่ปลูก
อยู่ในจังหวัดลําพูน
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเนื้อที่ 2,434 ไร่ หรือร้อยละ 3.83 ของเนื้อที่ปลูกกล้วยหอมทั้งประเทศ
โดยพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในจังหวัดหนองคาย
เขตการใช้ที่ดินพืชเศรษฐกิจกล้วยหอม สํานักสํารวจดินและวางแผนการใช้ที่ดิน

