Page 124 - mangosteen
P. 124
3-52
ตารางที่ 3-6 การขายผลผลิตมังคุดของเกษตรกรตามประเภทผู้ซื้อ ปีการผลิต 2559
หน่วย: ร้อยละ
ประเภทผู้ซื้อ ภาคตะวันออก ภาคใต้ ประเทศ
พ่อค้าในท้องถิ่น 86.73 100.00 90.79
พ่อค้าต่างจังหวัด 10.36 - 7.19
ผู้บริโภคโดยตรง 1.62 - 1.12
พ่อค้าในจังหวัดเดียวกัน 1.29 - 0.90
ที่มา : วิเคราะห์จากข้อมูลเบื้องต้นที่ส ารวจโดยกลุ่มเศรษฐกิจที่ดินทางการเกษตร และกลุ่มนโยบายและวางแผนการใช้ที่ดิน
กองนโยบายและแผนการใช้ที่ดิน กรมพัฒนาที่ดิน (2560)
3.2.1 การใช้ปัจจัยการผลิต
การใช้ปัจจัยในการผลิตมังคุดปีการผลิต 2559 จากการส ารวจเกษตรกรที่เป็นตัวอย่างท า
สวนขนาดเล็ก เกษตรกรดูแลรักษาเอง การเตรียมดินในปี ที่ปลูกใช้เครื่องจักรไถครั้งเดียวก่อน
ขุดหลุมปลูก (บางรายยกร่องก่อนขุดหลุมปลูก) การดูแลรักษามีการใช้ปุ๋ ยเคมี (ส่วนใหญ่ใช้สูตร
8-24-24 16-16-16 และ 15-15-15) ปุ๋ ยคอก ปุ๋ ยชีวภาพ ใช้สารป้องกันและก าจัดวัชพืช/ศัตรูพืช รวมทั้ง
ใช้สารเร่งการเจริญเติบโต แรงงานคนใช้ในการก าจัดวัชพืช (ดายหญ้า) ใส่ปุ๋ ย ให้น ้า ฉีดพ่นสาร
ป้องกัน/ก าจัดศัตรูพืช แต่งกิ่ง เก็บและคัดผลผลิต แรงงานเครื่องจักรใช้ในการตัดหญ้าสูบน ้า ฉีดพ่น
สารป้องกัน/ก าจัดวัชพืชและศัตรูพืช การศึกษาการใช้ปัจจัยการผลิตมังคุด จ าแนกเป็นระดับประเทศ
ภาค ช่วงอายุและความเหมาะสมทางกายภาพของพื้นที่ดังต่อไปนี้
1) การใช้ปัจจัยการผลิตระดับประเทศและภาค จากการส ารวจพบว่าเกษตรกรมีพื้นที่
ปลูกเฉลี่ย 4.38 ไร่ต่อราย (ภาคตะวันออก 5.01 ไร่ต่อราย ภาคใต้ 2.74 ไร่ต่อราย) พื้นที่เก็บผลผลิต
เฉลี่ย 4.04 ไร่ต่อราย (ภาคตะวันออก 4.55 ไร่ต่อราย ภาคใต้ 2.70 ไร่ต่อราย) การใช้ปัจจัยต่างๆ ได้แก่
แรงงานคนเฉลี่ยไร่ละ 8.58 วันต่อคน (ภาคตะวันออกไร่ละ 8.55 วันต่อคน ภาคใต้ไร่ละ 8.58 วันต่อ
คน) แรงงานเครื่องจักรเฉลี่ยไร่ละ 11.18 ชั่วโมง (ภาคตะวันออกไร่ละ 12.24 ชั่วโมง ภาคใต้ไร่ละ 6.17
ชั่วโมง) ปุ๋ ยเคมีเฉลี่ยไร่ละ 68.13 กิโลกรัม (ภาคตะวันออกไร่ละ 74.03 กิโลกรัม ภาคใต้ไร่ละ 40.12
กิโลกรัม) ปุ๋ ยคอกเฉลี่ยไร่ละ 79.15 กิโลกรัม (ภาคตะวันออกไร่ละ 89.90 กิโลกรัม ภาคใต้ไร่ละ 27.90
กิโลกรัม) ปุ๋ ยชีวภาพชนิดเม็ดเฉลี่ยไร่ละ 12.42 กิโลกรัม (ภาคตะวันออกไร่ละ 9.58 กิโลกรัม ภาคใต้
ไร่ละ 25.95 กิโลกรัม) นอกนั้น ได้แก่ สารเร่งการเจริญเติบโต สารป้องกันและก าจัดวัชพืช/ศัตรูพืช
และน ้ามันเชื้อเพลิงและหล่อลื่น ซึ่งส่วนใหญ่ปริมาณการใช้ในภาคตะวันออกมากกว่าในภาคใต้
(ตารางที่ 3-7)

