Page 83 - รายงานสำรวจทะเบียนรายชื่อพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับท้องถิ่น จังหวัดปทุมธานี
P. 83

5-19





                  5.5  สรุปและขอเสนอแนะ

                      5.5.1 สรุป
                             ประเทศไทยไดใหความสำคัญกับพื้นที่ชุมน้ำ โดยไดเขารวมเปนภาคีอนุสัญญาวาดวยพื้นท ี ่
                  ชุมน้ำในป พ.ศ. 2541 มีการประกาศใหมีพื้นที่ชุมน้ำที่มีความสำคัญระหวางประเทศ และทำการศึกษา

                                                                                              ิ
                  สำรวจ จัดทำรายชื่อสถานภาพและฐานขอมูลพื้นที่ชุมน้ำของประเทศไทย กรมพัฒนาที่ดน โดยกอง
                  นโยบายและแผนการใชที่ดิน ไดจัดทำฐานขอมูลพื้นที่ชุมน้ำที่มีความสำคัญระดับทองถิ่นจังหวัดน
                  ปทุมธานี ในระบบสารสนเทศภูมิศาสตร  พื้นที่ชุมน้ำระดับทองถิ่นในบริเวณพื้นที่จังหวัดปทุมธานี
                           ี
                                                                                                    ี่
                                                                                                  ื้
                                                                 ิ
                  ป 2566 มเนื้อที่  953,660 ไร หรือ  1,525.856 ตารางกโลเมตร ไดทำการตรวจสอบสถานภาพพนทชุม
                  น้ำจากภาพถายทางอากาศรวมกับแผนที่สภาพภูมิประเทศเพื่อจัดทำฐานขอมูลในระบบสารสนเทศ
                                                             
                  ภูมิศาสตร และสำรวจขอมูลภาคสนาม พบวาพื้นที่ชุมน้ำจังหวัดปทุมธานี ที่สามารถระบุสถานภาพและ
                                                                                                      ุ
                  พิกัดไดมีจำนวน 184 แหง จำแนกไดเปน คลอง/ลำน้ำ จำนวน 155 แหง ทรบ./ปจร.จำนวน 3 แหง ทง
                                                                                                      
                  จำนวน 1 แหง แมน้ำจำนวน 2 แหง สระน้ำใน รร./สระเก็บน้ำจำนวน 22 แหง และสวนนกจำนวน 1
                  แหง  ซึ่งจังหวัดนปทุมธานีเปนจังหวัดที่ตั้งอยูบนฝงแมน้ำเจาพระยา ซึ่งแบงพื้นที่ออกเปน 2 สวน คือ ฝง
                  ตะวันออกและฝงตะวันตก พนที่สวนใหญจึงเปนที่ราบลุม มีคูคลองธรรมชาติ และที่ขุดขึ้นใหมเปน
                                           ้
                                           ื
                  จำนวนมาก คลองมีทั้งระยะทางสั้นและระยะทางยาวเชื่อมตอกัน ใชเปนเสนทางในการสัญจรไปมา และ
                  เอื้ออำนวยตอ การเกษตรในพื้นที่ตางๆ เพื่อใหการบริหารจัดการพื้นที่ชุมน้ำสอดคลองกันอยางเปน

                  ระบบ รัฐบบาลควรปรับปรุงมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2552 เรื่อง เรื่อง การทบทวนมติ
                  คณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2553 เรื่องทะเบียนรายนามพื้นที่ชุมน้ำที่มีความสำคัญระดบ
                                                                                                      ั
                  นานาชาติ และระดับชาติของประเทศไทยและมาตรการอนุรักษพื้นที่ชุมน้ำ เนื่องจากมหนวยงาน
                                                                                              ี
                  ปรับปรุงโครงสรางใหม  

                              
                      5.5.2 ขอเสนอแนะ
                             1) ขอเสนอแนะดานนโยบาย รัฐควรกำหนดใหมีการจัดทำแผนแมบทการจัดการพื้นที่ชุม
                                                                                                      
                  น้ำและแผนปฏิบัติการพื้นที่ชุมน้ำเพื่อวางแผนจัดการพื้นที่ชุมน้ำ ทั้งประเทศ
                             2) ขอเสนอแนะดานองคกร รัฐควรมีการปรับปรุงโครงสรางการบริหารจัดการพื้นที ชุมน้ำ
                                                                                                 ่
                  การจัดตั้งองคกรจัดการพนที่ชุมน้ำในระดับจังหวัด โดยทำงานประสานกับคณะกรรมการ ลุมน้ำประจำ
                                       ้
                                       ื
                  จังหวัด เพื่อทำหนาที่รับนโยบายจากสวนกลาง สวนในระดับทองถิ่น การจัดตั้ง คณะอนุกรรมการจัดการ
                  พื้นที่ชุมน้ำเฉพาะพื้นที่ชุมน้ำในพื้นที่ชุมน้ำในระดับทองถน หรือ คณะกรรมการพื้นที่ชุมน้ำชุมชน เปนตน
                                                            
                                                               ิ่
                             3) ขอเสนอแนะดานกฎหมาย รัฐควรออกกฎหมายลำดับรองหรือ ขอบัญญัติทองถิ่นเพอ
                                                                                                      ื
                                                                                                      ่
                  การอนุรักษและการใชประโยชนพื้นที่ชุมน้ำโดยอาศัยหลักการตามอนุสัญญาวา ดวยพื้นที่ชุมน้ำ
                             4) ขอเสนอแนะดานการมีสวนรวมของประชาชน รัฐควรสรางกลไกการบริหาร จัดการ
                  พื้นที่ชุมน้ำโดยอาศัยการมีสวนรวมของชุมชน ในการวางแผนจัดการและการติดตามตรวจสอบ การ
                  เปลี่ยนแปลงของพื้นที่ชุมน้ำ

                             5) สนับสนุนใหภาคสวนที่เกี่ยวของดำเนินการจัดทำแผนการจัดการพื้นที่ชุมน้ำ ที่ม ี
                  ความสำคัญระดับนานาชาติ ระดับชาติ และ/หรือแรมซารไซต พรอมทั้งผลักดันใหหนวยงานทเกยวของ
                                                                                                     
                                                                                               ี่
                                                                                                 ี่
                  นำแผนไปผสานสอดแทรกเขาสูนโยบายและแผนในระดับจังหวัด ทองถิ่น และชุมชน
   78   79   80   81   82   83   84   85   86   87   88