Page 133 - Lower Songkhram River Basin
P. 133

4-19






                             การจัดการปญหามลภาวะทางน้ำ ควรมีมาตรการสำหรับชุมชน และสถานประกอบการ

                  ไดแก รีสอรท เกสตเฮาส รวมทั้งผูประกอบการเหมืองทราย การทำเกลือสินเธาว การทำการเกษตรแบบ
                  ใชสารเคมีที่มีการปลอยน้ำเสียลงสูแหลงน้ำ ทั้งนี้ องคกรปกครองสวนทองถิ่นในพื้นที่รอบ ๆ  พื้นที่ชุมน้ำ
                  แมน้ำสงครามตอนลาง ควรเรงศึกษาปญหาความตองการของทองถิ่นในการแกไขปญหา และจัดลำดับ

                  ความสำคัญของปญหาเพื่อกำหนดแนวทางในการแกไขปญหาไดอยางถูกตองตามความตองการของชุมชน
                  และการสรางจิตสำนึกในการอนุรักษ

                  4.4  แนวทางการขับเคลื่อนแผนการใชที่ดินเชิงนโยบาย
                        เพื่อเปนการตอบสนองนโยบายแหงรัฐในเรื่องการจัดทำแผนการใชที่ดินไปสูการใชที่ยั่งยืน

                  ไดกำหนดใหมีการขับเคลื่อนตามขั้นตอนดังตอไปนี้
                          1) นำเสนอคณะกรรมการพัฒนาที่ดินเพื่อมีมติในหลักการจัดทำแผนการใชที่ดินที่กำหนดเขต
                  การใชที่ดินของพื้นที่ใน 2 เขตหลัก ไดแก เขตพื้นที่แรมซารไซต และเขตรักษาสมดุลสภาพแวดลอม
                  นอกเขตแรมซารไซต

                          2) ขอมติคณะกรรมการพัฒนาที่ดินใหจัดตั้งคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจปรับปรุงแนวเขต
                  การใชที่ดินในเขตแรมซารไซต เพื่อความถูกตองและยอมรับจากหนวยงานที่เกี่ยวของ
                          3) เมื่อคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจปรับปรุงแนวเขตการใชที่ดินดำเนินการจนมีขอยุติ

                  จะมีการนำเสนอคณะกรรมการพัฒนาที่ดินเพื่อลงมติเห็นชอบแผนการใชที่ดิน หลังจากนั้น
                  รัฐมนตรีวาการกระทรวงเกษตรและสหกรณลงนามในประกาศใชแผนการใชที่ดินตามบทบัญญัติ
                  มาตราแหงพระราชบัญญัติพัฒนาที่ดิน พ.ศ. 2551 หลังจากนั้น ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

                  4.5  สรุปและขอเสนอแนะ

                          ปญหาและอุปสรรคในการจัดการพื้นที่ชุมน้ำแมน้ำสงครามตอนลางมีดังนี้
                           1) ปญหาความเสื่อมโทรมของระบบนิเวศและสิ่งแวดลอมในพื้นที่ชุมน้ำแมน้ำสงคราม
                  ตอนลางซึ่งมีสาเหตุมาจากการดำเนินชีวิตประจำวันของประชาชนในพื้นที่และเกิดจากกิจกรรมการทองเที่ยว
                  ของนักทองเที่ยว เชน การทิ้งขยะในบริเวณชายฝง การทำกระชังเลี้ยงปลา การตมเกลือสินเธาว
                  บริเวณริมแมน้ำ และสรางบานเรือนรุกล้ำลำน้ำ โดยสงผลกระทบตอระบบนิเวศและสิ่งแวดลอม

                  ในบริเวณรอบ ๆ พื้นที่ชุมน้ำ การบุกรุกตัดไมเพื่อนำมาใชสอย
                           2) ปญหาดานความไมสอดคลองดานนโยบายระหวางหนวยงานที่มีภารกิจเกี่ยวของในการดูแล
                  พื้นที่ชุมน้ำแมน้ำสงครามตอนลางและปญหาความไมสอดคลองกันระหวางหนวยงานที่มีหนาที่อนุรักษ

                  ทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่กับหนวยงานที่มีภารกิจดานอื่น ๆ เนื่องจากหนวยงานตาง ๆ ลวนมุงปฏิบัติ
                  หนาที่ใหบรรลุเปาหมายของหนวยงานตน ทำใหไมมีนโยบายและเปาหมายในการอนุรักษทรัพยากรธรรมชาติ
                  ใหเปนไปในทิศทางเดียวกัน
                           3) ปญหาดานความไมชัดเจนในเรื่องพื้นที่วาพื้นที่สวนใดเปนของเอกชน สวนใดเปนเขตพื้นที่

                  ชุมน้ำแมน้ำสงครามตอนลางจึงเกิดขอพิพาทกันในการบังคับใชกฎหมายของเจาหนาที่
   128   129   130   131   132   133   134   135   136   137   138