Page 468 - oil palm
P. 468

ผ-64






                  ปาลมน้ํามันมีคา 0.300 ซึ่งจัดวามีคาคอนขางสูง นอกจากนี้ปจจัยเกี่ยวกับฝน (R - Rainfall and Runoff

                  Erosivity Factor) ของแตละพื้นที่มีคาไมเทากันโดยเฉพาะภาคตะวันออกในเขตจังหวัดจันทบุรีและ

                  ตราด หรือ บริเวณภาคใตฝงอันดามัน
                              แตอยางไรก็ตาม ในการประเมินการชะลางพังทลายของดินคิดปจจัยเกี่ยวกับการ

                  อนุรักษดินและน้ํา (P - Conservation Practice) เทากับ 1 ซึ่งในความเปนลักษณะของปาลมน้ํามันเปนพืช

                  ที่มีทรงพุมกวางและซอนกันหลายชั้น เวลาฝนตก จึงสามารถชวยลดความแรงของเม็ดฝนที่ตกกอนที่จะ

                  ตกลงสูพื้นดินได ประกอบกับปาลมน้ํามันเปนพืชที่มีอายุยาว การไถพรวนพื้นที่เพื่อเตรียมแปลงปลูก
                  ใหมจึงไมเกิดขึ้นไดงายๆ สงผลใหดินยังมีความคงทนตอการถูกชะลางพังทลายของดิน การชะลาง

                  พังทลายของดินจึงอาจเกิดนอยกวาที่คํานวณได นอกจากนี้ในพื้นที่ที่มีการสูญเสียดินในระดับรุนแรง

                  มากและรุนแรงมากที่สุดซึ่งสวนใหญพบในพื้นที่ที่มีความลาดชันสูงซึ่งสวนใหญในสภาพความเปน

                  จริงการปลูกปาลมน้ํามันจะปลูกขวางความลาดเท ซึ่งวิธีการดังกลาวจัดเปนระบบอนุรักษดินและน้ํา
                  วิธีหนึ่ง

                              จากการประเมินการชะลางพังทลายของดินเบื้องตนจะเห็นวาการปลูกปาลมน้ํามันไมกอใหเกิด

                  การชะลางพังทลายของดินในระดับที่สงผลกระทบตอคุณภาพสิ่งแวดลอม
   463   464   465   466   467   468   469   470   471   472   473